กทม. – เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ตลาดพรานนก เขตบางกอกน้อย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจหาบเร่-แผงลอย ว่า ในส่วนจุดผ่อนผันที่พิจารณาเพิ่มเติม ขณะนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) กำลังทบทวน 9 จุด และอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาลงนาม 31 จุด อีกทั้งมีแผนทำฮอเคอร์ เซ็นเตอร์ (Hawker Center) ซึ่งกำลังเจรจาพื้นที่ใต้ทางด่วน และพื้นที่ว่างของเอกชน เพื่อจะนำหาบเร่แผงลอยเข้าไปอยู่ ซึ่งมีหลายพื้นที่ที่เอกชนยินดีให้หาบเร่แผงลอยเข้าไปตั้งและเก็บค่าเช่าไม่แพงกำลังเร่งหาพื้นที่ที่จะผลักดันบางส่วนเข้าไป
นายชัชชาติกล่าวว่า หาบเร่แผงลอยเป็นวิถีชีวิตของคนที่มีรายได้น้อย ที่ต้องมีแหล่งซื้ออาหารราคาไม่แพง ต้องมีแหล่งให้ค้าขายที่พอเลี้ยงชีวิตไปได้ แต่สิ่งสำคัญคือคนต้องเดินได้สะดวก ต้องมีคณะกรรมการดูแลเป็นรายจุด ไม่ใช่รายเขต ให้พ่อค้าแม่ขาย คนเดิน ที่อยู่ในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด ตักเตือนกันเอง เพราะถ้าให้เทศกิจดูแลสุดท้ายไม่จบ เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ตลอด ถ้าดูแลกันเองรับผิดชอบร่วมกัน ก็จะอยู่ได้ระยะยาว เทศกิจไม่ต้องมานั่งจับปรับ ส่วนเทศกิจก็ต้องโปร่งใส จะเก็บเงินค่าบำรุง หรือค่าปรับ ต้องมีหลักฐานชัดเจน และต้องไม่เลือกปฏิบัติ
ด้านนายชาติชาย จิตตโรภาส ตัวแทนชุมชนซอยถาวรธวัช 1 และรามคำแหง 24 ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. คัดค้านโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนและก่อสร้างทางยกระดับข้ามแยกถาวรธวัช 1 และถนนซอยรามคำแหง 24 โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้รับหนังสือแทน
นายชาติชายกล่าวว่า โครงการมีมาตั้งแต่ปี 2562 มีการชี้แจงว่าเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ แต่ตนมองว่าสะพานขวางทางเข้า-ออก สนามกีฬา โรงเรียนสาธิต รามคำแหง มากกว่า และเป็นการเอาเปรียบคนที่ใช้งานเดิม ก่อนหน้านี้ได้ฟ้องคดีศาลปกครอง แต่กทม.มาใช้ช่องว่างรอยต่อเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลงนามสัญญาจ้างไปแล้ว จากที่มีแค่โครงการขยายถนน งบประมาณ 200 กว่าล้านบาท จนล่าสุดปรับแบบเป็นโครงการที่มีสะพานยกระดับ และเพิ่มงบประมาณเป็น 700 กว่าล้านบาท