พท.จี้นายกฯออก-อย่ายื้อต้องยอมรับปัญหาเกินมือ – วันที่ 14 ก.ค. นายพชร นริพทะพันธุ์ กก.บห.และคณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่จะมีการปรับขึ้นราคาค่าไฟฟ้าเป็นหน่วยละ 5 บาท หรือสูงกว่านั้นในงวด ก.ย.เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก การขึ้นราคาค่าไฟฟ้ากว่า 25% จะเป็นภาระที่หนักอึ้งให้ประชาชน ต้นทุนสินค้ายิ่งสูงขึ้นและต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการอีก จะยิ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อที่สูงอยู่แล้วจากเดือนมิ.ย. 7.66% จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีกมาก
อยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้ามาแก้ไขปัญหาด่วน และไทยผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยได้น้อยลงจากความขัดแย้งของผู้ประมูลสัมปทานรายใหม่กับรายเดิม เรื่องการรื้อถอนแท่นขุดเจาะเมื่อหมดสัญญา ต่างฝ่ายต่างเกี่ยงกันเพราะค่าใช้จ่ายรื้อถอนจะสูงมาก ทำให้ต้องนำเข้าก๊าซ LNG ราคาสูงมาก การผลิตไฟฟ้าต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นมาก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหาข้อยุติข้อพิพาทโดยเร็ว
ในภาวะที่ของแพงทั้งแผ่นดิน ทั้งน้ำมันแพงจากราคาน้ำมันดิบ ซ้ำเติมด้วยค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่พุ่งสูง ราคาก๊าซหุงต้มแพงเพราะก๊าซที่ผลิตได้ถูกนำไปใช้ทำปิโตรเคมี ค่าไฟฟ้าแพงจากการนำเข้าก๊าซ LNG พล.อ.ประยุทธ์จะต้องรู้ถึงสาเหตุและโครงสร้างราคาเพื่อหาทางแก้ไขให้ถูกทาง อย่าปล่อยให้บริษัทพลังงานเอาเปรียบ หรืออาจต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบริษัทพลังงาน หากมีวิสัยทัศน์ที่ดีจริง ต้องมองออกแล้วว่าตนเองไปไม่ไหวและควรออกไปได้แล้ว เพราะปัญหาปัจจุบันเกินมือ เกินความรู้ความสามารถของพล.อ.ประยุทธ์แล้ว อย่ารอปล่อยให้ประเทศไทยกลายเป็นเหมือนศรีลังกาเลย