หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค อยุธยา

อริยะโลกที่ 6

วันเสาร์ที่ 16 ก.ค.2565 น้อมรำลึก ครบรอบ 147 ปี ชาตกาล “หลวงพ่อปาน โสนันโท” วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนคร ศรีอยุธยา พระเกจิอาจารย์ เจ้าตำรับพระเครื่องทรงพาหนะสัตว์ และยันต์เกราะเพชร

แม้จะมรณภาพไปแล้วเกือบ 80 ปี แต่นามยังเป็นที่กล่าวขวัญ โดยเฉพาะชาวเมืองกรุงเก่า ต่างรักและหวงแหนในมงคลวัตถุ และแทบทุกครัวเรือนต้องมีภาพถ่ายไว้บูชา

เป็นศิษย์ของหลวงพ่อสุ่น วัดบาง ปลาหมอ พระเกจิดังแห่งพระนครศรีอยุธยา และหลวงพ่อเนียม วัดน้อย จ.สุพรรณบุรี

มีชื่อเดิมว่า ปาน สุทธาวงศ์ เกิดวันที่ 16 ก.ค.2418 ที่ ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ครอบครัวมีอาชีพทำนา

เหตุที่ได้ชื่อว่า ปาน เพราะมีตำหนิ คือ ปานแดงที่นิ้วก้อยมือซ้าย ลักษณะเหมือนสวมปลอกนิ้วตั้งแต่โคนถึงปลายนิ้วมาแต่กำเนิด เมื่อยังเล็กเริ่มศึกษาอักขระจากพระในวัด บางนมโค

จนเมื่ออายุ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบางนมโค เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2438 มีหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์จ้อย วัดบ้านแพน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์อุ่ม วัดสุทธาโภชน์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ตั้งใจศึกษาวัตรปฏิบัติด้วยความขยันหมั่นเพียร สามารถท่องพระปาติโมกข์จนจบด้วยความคล่องแคล่ว ศึกษาวิทยาคมจากหลวงพ่อสุ่นเป็นเวลา 2 ปี แล้วไปขอเรียนบาลีไวยากรณ์ที่วัดเจ้าเจ็ดในกับท่านอาจารย์จีน ก่อนจะเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ

พักอยู่กับพระอาจารย์เจิ่น วัดสระเกศ ร่ำเรียนทั้งทางคันถธุระและวิปัสสนาธุระ รวมทั้งความรู้ทางแพทย์แผนโบราณ จากนั้นกลับมาจำพรรษาที่วัดบางนมโค ในปี พ.ศ.2442

หลวงพ่อคล้าย เจ้าอาวาสวัดบางนมโคขณะนั้น มอบหน้าที่ให้เป็นครูสอนหนังสือ โดยริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนสอนพระภิกษุ-สามเณรและเด็กวัด ตลอดจนลูกชาวบ้าน และรับหน้าที่ปกครองดูแลทั้งหมด

ใฝ่ใจศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน พร้อมทั้งยังไปขอศึกษาด้านกัมมัฏฐานเพิ่มเติมจากหลวงพ่อเนียม วัดน้อย พระเกจิชื่อดังเมืองสุพรรณบุรี

นอกจากนี้ ยังเป็นพระนักเทศน์ฝีปากเอก ที่ผู้ฟังจะเกิดศรัทธาเลื่อมใส ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ การเทศน์ของท่านจะมีเหตุมีผล มีตัวอย่างยกมาเทียบเคียงให้เห็นผลดีผลเสีย ให้เห็นถึงบาปบุญคุณโทษ และชี้ทางสว่างได้อย่างเข้าใจได้ง่าย

กิจนิมนต์มีแทบไม่ว่างเว้น และทุกครั้งที่ได้อดิเรกลาภเป็นสิ่งของหรือปัจจัย จะนำมาถวายพระลูกวัด โดยไม่เก็บไว้

นอกจากความมีมานะ พูดจริงทำจริง อดทนต่อความยากลำบาก และมีจิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญเด็ดขาด ทั้งเปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ท่านยังชอบแสวงหาความรู้อยู่เสมอแล้ว

เป็นนักก่อสร้าง นักพัฒนา หมอแผนโบราณ ฯลฯ

อายุ 61 ปี เริ่มอาพาธและแจ้งให้บรรดาศิษย์ ทราบว่าอีก 3 ปี ท่านจะมรณภาพในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 8 เวลา 6 โมงเย็น กระทั่งครบปีที่ 3 ย่างเข้าเดือน 8 ท่านเกิดอุบัติเหตุหกล้มแล้วเริ่มอาพาธ ครั้นพอเวลา 6 โมงเย็น วันแรม 14 ค่ำ เดือน 8 ถึงกาลมรณภาพโดยสงบในวันที่ 26 ก.ค.2481 สิริอายุ 63 ปี พรรษา 43

เสียงกำชับเตือนใจที่ให้แก่ศิษย์เป็นครั้งสุดท้าย ท่านขอ 2 อย่าง คือ “อย่าดื่มสุรา และอย่าลักขโมย ประพฤติเป็นโจร”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน