กําไล อีเอ็ม (EM) หรือ อิเล็กทรอนิกส์ มอนิเตอร์ริ่ง (Electronic Monitoring Center) กำไลใส่ที่ข้อเท้า วัตถุประสงค์เพื่อจำกัดการเดินทางของบุคคลหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว อุปกรณ์จะระบุตำแหน่งที่อยู่ และส่งข้อมูลพิกัดของผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวทุกๆ 2 นาที โดยมีระบบการแจ้งเตือนแบบ เรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับประเทศไทยกำไลอีเอ็มถูกนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2561 วัตถุประสงค์ก็เพื่อลดความแออัดของผู้ต้องขัง และยังเป็นการให้โอกาสกับผู้ที่หลงผิดได้กลับตัวกลับใจ เป็นประโยชน์กับตัวผู้ต้องหาเอง
แต่เทคโนโลยีจะล้ำหน้าแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกคน

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. นำแถลง
ย้อนไปเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2565 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พล.ต.จ.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.1 พร้อมชุดสืบสวนบช.น.
ร่วมกันแถลงจับกุม นายประเวช เลิศพึ่งดี อายุ 26 ปี และ นายศตวรรษ เชื่อมวิทย์ อายุ 28 ปี 2 เดนคุกเพื่อนซี้ที่ตระเวน ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ทั่วกรุง พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า, รองเท้าแตะสีดำ, หมวกกันน็อก อาวุธปืน รถจักรยานยนต์ PCX สีน้ำเงิน ทะเบียน 6 กง 3407 กทม. (ใช้ในการก่อเหตุ) โดย นายประเวชถูกจับกุมได้ที่บ้านพัก ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ส่วนนายศตวรรษโดนรวบได้ที่ที่พักย่านถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม.
ที่มาที่ไปของคดีนี้ สืบเนื่องจากตั้งแต่ วันที่ 2 พ.ค.-6 ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ในหลายพื้นที่ ทั่วเขต กทม. ซึ่งมีพฤติกรรมแผนประทุษกรรมในลักษณะเดียวกันรวม 9 คดี ประกอบด้วย สน.สุทธิสาร 3 คดี, สน.บางซื่อ 2 คดี, สน.ห้วยขวาง, สน.ท่าข้าม, สน.พญาไท และสน.พหลโยธิน โรงพักละ 1 คดี เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนหาข้อมูลเรื่อยมา

ค้นบ้านหาหลักฐาน
ชุดสืบสวนตรวจสอบเส้นทางที่คนร้าย ก่อเหตุและหลบหนีจากกล้องวงจรปิดทั้ง ของราชการกว่า 100 ตัว เอกชนกว่า 50 ตัว และกล้องตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การสืบสวนและการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ติดตั้งตามจุด ล่อแหลมอีก 90 กว่าตัว กระทั่งได้เบาะแส ผู้ที่ก่อเหตุคือ นายประเวชและนายศตวรรษ ทั้งเส้นทางขณะมาก่อเหตุและเส้นทาง หลบหนีสอดคล้องกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เนื่องจากทั้งสองคนปัจจุบันประกันตัวออกมาต่อสู้คดี และถูกศาลสั่งให้ติดกำไลข้อเท้าอีเอ็ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบข้อพิรุธเกี่ยวกับกรณีสัญญาณกำไลอีเอ็ม ประกอบกับทางการสืบสวนปรากฏจากลักษณะการแต่งกาย, ยานพาหนะ
ต่อมาจึงได้วางแผนร่วมกับตำรวจท้องที่ ที่เกิดเหตุและฝ่ายสืบสวนในพื้นที่ กระทั่งสามารถขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย กระทั่งวันที่ 9 ก.ค. จึงติดตามจับกุมตัวได้ไว้ ซึ่งขณะจับกุมตัวนั้น นายประเวชไม่ได้สวมใส่กำไลอีเอ็ม

ถอดกำไลอีเอ็มทิ้งไว้ที่บ้าน
จากการตรวจค้น พบกำไลดังกล่าวอยู่ที่บ้านในตรอกบางอุทิศ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. ในลักษณะชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ ส่วนนายศตวรรษติดกำไล อีเอ็ม แต่ข้อมูลจีพีเอสในมือถือไม่ตรงกับข้อมูลสัญญาณกำไลอีเอ็ม
นายประเวชรับสารภาพ ส่วนนายศตวรรษยังไม่ขอให้การ และปฏิเสธเกี่ยวกับการ กระทำผิด จากการตรวจสอบประวัติของ นายประเวช พบประวัติคดีวิ่งราวทรัพย์ 5 คดี คดีบุกรุกเคหสถานเวลากลางคืน 1 คดี คดีต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน (ยิงต่อสู้) 1 คดี จำคุกตั้งแต่ปี 2560 พ้นโทษเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2564 ถูกจับกุมต่อเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2565 ในคดีพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ อยู่ระหว่างประกันตัว และติดกำไลข้อเท้าอีเอ็ม ซึ่งจากการตรวจค้นที่บ้านในพื้นที่สน.วัดพระยาไกร ยังเจอกำไล EM ถูกถอดไว้ด้วย

จยย.คันก่อเหตุ
ส่วนนายศตวรรษก็ไม่น้อยหน้า พบประวัติวิ่งราวทรัพย์ จำคุกตั้งปี 2560 พ้นโทษเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2564 ถูกจับกุมต่อเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2565 ในคดีพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ อยู่ระหว่างประกันตัว และติดกำไลข้อเท้าอีเอ็ม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวนาย ประเวช พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ส่วนนายศตวรรษถูกนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไทเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมื่อกำไลอีเอ็มใช้ไม่ได้ผล หลังลูกกรงเหล็กน่าเป็นที่อยู่ที่เหมาะสม
สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย
เรื่อง/ภาพ