เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อ้างว่าได้ส่งหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผ่านทางไปรษณีย์ อีเอ็มเอส เกี่ยวกับญัตติ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่มีรายชื่อผู้เสนอขอเปิดญัตติเพิ่มอีก 4 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เสนอญัตติเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 13.20 น. นายชวน เป็นผู้รับหนังสือด้วยตนเอง มีเลขรับหนังสือที่ 7/2565 มีผู้ร่วมเสนอญัตติ 182 คน ซึ่งเกิน 1 ใน 5 ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
หลังจากที่นายชวน ได้รับญัตติแล้ว เวลา 16.10 น. วันเดียวกัน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ขอเพิ่มจำนวนผู้เสนอญัตติอีก 4 คน และทำหนังสือมาอย่างถูกต้องเรียบร้อย มีเลขรับหนังสือที่ 8/2565 จึงมีผู้เสนอญัตติเป็น 186 คน นายชวน ได้อนุญาตให้บรรจุญัตติในระเบียบวาระเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. แม้ว่าจะเพิ่มจำนวนผู้เสนอญัตติ ขึ้นมาจำนวนคนก็ไม่เปลี่ยนแปลงยังมากกว่า 1 ใน 5 อยู่ ซึ่งถูกต้อง ใช้เป็นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้
ก่อนที่ประธานสภาจะอนุญาตให้บรรจุญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระ สามารถแก้ไขรายชื่อได้ ในอดีตเคยทำมาแล้ว ตามข้อบังคับที่ 61 คือการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติที่ประธานสภา มีคำสั่งบรรจุระเบียบวาระการประชุมสามารถทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากที่ประชุม หมายความว่าตราบใดที่ประธานสภายังไม่อนุญาตให้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ถือว่ายังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ สามารถแก้ไขญัตติได้โดยไม่ต้องขอมติจากห้องประชุม