บุนเดสลีกา เยอรมนี พบจุดเปลี่ยนสำคัญก่อนเข้าสู่ฤดูกาล 2022-23 หลังจากที่ยอดศูนย์หน้าอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิก ไปค้าแข้งกับบาร์เซโลนา แห่งลา ลีกา สเปน

ต้องบอกว่าเลวานดอฟสกีได้ฝากผลงานไว้ในระดับที่เป็นตำนานตลอดกาล โดยครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดบุนเดสลีกามาตลอด 5 ฤดูกาลหลังสุด และเมื่อรวมสมัยเล่นกับ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ แข้งรายนี้ก็ลงเตะเกมลีกไป 384 นัด กดได้ถึง 312 ประตูเลยทีเดียว

ส่วนก่อนหน้านั้น นักเตะที่คาดว่าจะมีโอกาสขับเคี่ยวกับเลวานดอฟสกีอย่าง เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ศูนย์หน้าทีมชาตินอร์เวย์ ก็ย้ายจากดอร์ตมุนด์ไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

การหายไปของ 2 ยอดดาวยิงประจำลีกเช่นนี้ จึงเกิดคำถามน่าสนใจขึ้นว่า หลังจากนี้ไปนักเตะคนไหนจะก้าวขึ้นมาเป็นราชา นักล่าตาข่ายคนใหม่แห่งบุนเดสลีกา?

เริ่มจากนักเตะที่มาทดแทนการจากไป ซาดิโอ มาเน ย้ายจากลิเวอร์พูลเข้าสู่รังบาเยิร์น ฝากผลงานกับต้นสังกัดเก่าด้วยการลงสนาม 269 นัดรวมทุกรายการ ยิงได้ 120 ประตู ถือเป็นตัวเลขที่ดี

ที่จริงแล้วมาเนไม่ใช่ศูนย์หน้าตัวเป้าโดยธรรมชาติ แต่ก็เป็นผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพในเกมรุกอย่างสูง และถ้าบาเยิร์นไม่หาศูนย์หน้ามาใหม่ในช่วงที่เหลือของตลาดนักเตะรอบนี้ สตาร์ทีมชาติเซเนกัลก็คงถูกวางตัวให้เป็นแกนหลักในการล่าตาข่าย

ขณะที่ฝั่งดอร์ตมุนด์ได้ตัว เซบาสเตียง อัลแลร์ มาจากอาแจ็กซ์ แต่อัลแลร์ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับบุนเดสลีกา เพราะเจ้าตัว เคยเล่นให้ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต ในช่วงปี 2017-19 มาก่อนแล้ว

โดยอัลแลร์ลงเล่นให้แฟรงก์เฟิร์ตไป 77 นัด ยิงได้ 33 ประตู ขณะที่ผลงานกับอาแจ็กซ์ลงเตะไป 66 นัด ยิงได้ 47 ประตู จุดเด่นของแข้งทีมชาติไอวอรีโคสต์รายนี้อยู่ที่รูปร่างสูงใหญ่ 190 เซนติเมตร แต่ก็คล่องแคล่วพอสมควร เรียกว่าเหมาะกับตำแหน่งหัวหอกอย่างมาก

ส่วนคนหน้าเดิมที่ยังอยู่ พาทริก ชิก ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ซึ่งเป็นรองดาวซัลโว บุนเดสลีกาฤดูกาลที่แล้ว จากผลงานลงสนาม 27 นัด กดไป 24 ประตู

ชิกเป็นอีกคนที่ถูกมองว่าสมเป็นหัวหอกในเกมฟุตบอลสมัยใหม่ ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ 191 เซนติเมตร แต่ก็คล่องตัวและใช้เท้าได้ดี แถมการอยู่กับเลเวอร์คูเซนที่เกมรุกดุดัน ถือว่า ส่งเสริมการล่าตาข่ายของแข้งทีมชาติสาธารณรัฐเช็กได้ดีมาก

อังเดร ซิลวา หัวหอกไลป์ซิก ฤดูกาลล่าสุดฟอร์มค่อนข้างฝืด ลงเตะบุนเดสลีกา 33 นัด ยิงได้ 11 ประตู แต่ซีซั่นก่อนหน้านั้นที่ยังเล่นอยู่กับไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต เจ้าตัวก็คว้าตำแหน่งรองดาวซัลโวหลังกดไปถึง 28 ประตู

เป็นไปได้ว่าซิลวาอาจยังต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับไลป์ซิก ลองคิดดูว่าถ้าแข้งรายนี้คืนฟอร์มเก่ง บวกกับศักยภาพแนวรุกของทีมที่ดุดันไม่แพ้ใคร หัวหอกทีมชาติโปรตุเกสก็อาจพังประตูเป็นกอบเป็นกำได้อีกครั้ง

ลองมาดูกลุ่มม้ามืดบ้าง ซาซา คาไลชิช ของสตุตการ์ต คนนี้ตกเป็นข่าวกำลังได้รับความสนใจจากบาเยิร์น จึงต้องรอดูว่าการย้ายสังกัดจะเกิดขึ้นหรือไม่ โดยจุดเด่นของดาวเตะทีมชาติออสเตรียอยู่ที่ร่างกายสูงถึง 2 เมตร แต่เล่นบอลด้วยเท้าดีขนาดที่สามารถขยับไปเล่น กองกลางตัวรุกได้ด้วย

คาไลชิชเริ่มเป็นที่รู้จักในบุนเดสลีกา หลังทำผลงานฤดูกาล 2020-21 เตะเกมลีกไป 33 นัด ยิงได้ถึง 16 ประตู ส่วนฤดูกาลที่แล้วได้รับบาดเจ็บชวดลงสนามไปกว่าครึ่งฤดูกาล แต่ก็ยังลงเล่น 15 นัด ยิงได้ 6 ประตู ถือเป็นตัวเลขที่ไม่เลวเลย

ขณะที่ ไซมอน เทร็อดเด ศูนย์หน้าจอมเก๋าชาวเยอรมันวัย 34 ปี เพิ่งช่วยพาชาลเกเลื่อนชั้นขึ้นสู่บุนเดสลีกา หลังจากฤดูกาลล่าสุดคว้าตำแหน่งดาวซัลโวบุนเดสลีกา 2 จากการลงเตะเกมลีก 30 นัด ยิงได้ถึง 30 ประตู

น่าสนใจว่าชาลเกที่พ้นจากจุดตกต่ำกลับมาลีกสูงสุดอีกครั้ง หนนี้จะทำผลงานได้ไฉไลขนาดไหน ซึ่งแน่นอนว่าฟอร์มของ เทร็อดเดจะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญด้วย

ท้ายที่สุดแล้วราชาดาวยิงบุนเดสลีกาคนใหม่จะอยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่กล่าวมา หรือจะเป็นนักเตะม้ามืดรายอื่นที่ไม่มีใครคาดถึง ต้องบอกว่าน่าติดตามอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน