วันที่ 19 ก.ค. บีบีซีรายงานว่านายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินทางเยือน กรุงเตหะรานของอิหร่าน ถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งที่ 2 นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน เมื่อวันที่ 24 เดือนก.พ. และเป็นความเคลื่อนไหวหลังจากนายเจค ซุลลิแวน ที่ปรึกษา ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าอิหร่านกำลังวางแผน ส่งโดรนหลายร้อยลำที่ใช้เป็นอาวุธให้แก่รัสเซียเพื่อใช้ในศึกยูเครน รวมถึงฝึกฝนกองกำลังรัสเซียให้ใช้โดรนดังกล่าวด้วย แต่ไม่ระบุว่าอิหร่านจะส่งมอบโดรนให้รัสเซียเมื่อไร ซึ่งหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าการส่งโดรนให้รัสเซียสะท้อนว่าอาวุธรัสเซียร่อยหรอลง
นายปูตินมีกำหนดจะหารืออยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน และนาย เรเจ็ป ไตย์ยิป เอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรเคีย ผู้นำจะพูดคุยในประเด็นการส่งออกเมล็ดธัญพืช กรณีซีเรียและยูเครน นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนตุรเคียปฏิเสธที่จะคว่ำบาตรรัสเซีย เนื่องจากรัฐบาลตุรเคียต้องการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในสงครามยูเครน อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้นายเอร์โดอันสามารถสรุปข้อตกลงที่ยังไม่แน่นอนระหว่างผู้นำรัสเซียและยูเครนเพื่อรับประกันการส่งออกเมล็ดธัญพืชที่จำเป็น
การเยือนอิหร่านของนายปูตินจะเป็นโอกาสที่จะกระชับความสัมพันธ์กับอิหร่านให้แน่นแฟ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ยังเหลืออยู่อีกไม่กี่ประเทศของรัสเซียอีกทั้งอิหร่านถูกชาติตะวันตกลงโทษทางเศรษฐกิจซึ่งนายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาสูงสุดด้านนโยบายต่างประเทศของนายปูตินระบุว่า การติดต่อกับอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี เป็นวาระที่สำคัญอย่างมาก การสนทนาที่น่าไว้วางใจได้พัฒนาขึ้นทั้งความสัมพันธ์ทวิภาคีและระหว่างประเทศ