การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภานั้น เป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่เฝ้าติดตามดูติดตามฟังแน่นอน ได้รู้ข้อมูลที่ฝ่ายค้านหยิบขึ้นมาเปิดโปงชำแหละรัฐบาล พร้อมกับได้ฟังรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจงตอบโต้ ชาวบ้านได้ฟังทั้งสองด้าน เอาไปชั่งน้ำหนักว่าใครน่าเชื่อถือกว่ากัน

ฝ่ายไหนทำหน้าที่ได้ดี พูดจามีหลักฐานมีน้ำหนัก ฝ่ายนั้นก็จะอยู่ในใจของประชาชน

สุดท้ายเสียงส.ส.ในสภาจะตัดสินว่าควรไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ อย่างตรงไปตรงมาได้หรือไม่ ก็ประการหนึ่ง

หรือแค่โหวตตามจำนวนกล้วยที่ได้รับ ก็ดังที่รู้ๆ กันอยู่

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การที่ประชาชนได้รับฟังจากการอภิปรายของทั้งสองฝ่าย ได้รับรู้ได้นำไปพิจารณา

สุดท้ายเสียงของประชาชนนั่นแหละ จะเป็นผู้ชี้ชะตารัฐบาลในการเลือกตั้งเร็วๆ นี้!

ขณะที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเพียรพยายามชี้แจงในสภาว่า รัฐบาลทำงานมากมาย มีผลงานช่วยเหลือประชาชนสารพัดโครงการ

มีโครงการแก้หนี้สินให้ชาวบ้านอย่างครบทั้งระบบ

แต่ภาพความเป็นจริงภายนอกสภา อธิบายได้ดีว่า เศรษฐกิจฟื้นแล้วจริงหรือไม่ ประชาชนเริ่มปลดพ้นหนี้สินแล้วจริงหรือ!?

ข่าวสารบนหน้าหนังสือพิมพ์ ในสื่อออนไลน์ ที่เห็นได้ค่อนข้างถี่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

นั่นคือ คดีอาชญากรรมลักวิ่งชิงปล้น โดยเฉพาะการบุกชิงทองในร้านขายทองต่างๆ เกิดขึ้นค่อน ข้างมาก!

อันที่จริงอาชญากรและอาชญากรรมนั้น เกิดขึ้นในทุกสังคม

เพียงแต่ถ้าไม่ใช่ยุคข้าวยากหมากแพง ผู้คนจะไม่หน้ามืดตามัว

ไม่ก่อเหตุชิงทรัพย์ปล้นทรัพย์กันแบบเป็นคดีแทบทุกวันเช่นนี้!

ตำรวจอาจจะมีมาตรการป้องกันอาชญากรรมที่ดี หรือเมื่อเกิดเหตุสามารถสืบสวนติดตามจับกุมได้เป็นส่วนใหญ่

แต่ตำรวจก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอันเป็นต้นเหตุแห่งอาชญากรรมได้

นั่นคือเศรษฐกิจ โดยหมายถึงเศรษฐกิจระดับชาวบ้าน รายได้และปากท้องของประชาชน

ดัชนีชี้วัดที่ชัดในทุกยุคทุกสมัย ก็คือ อาชญากรรมที่ประสงค์ต่อทรัพย์มักเกิดสูง หากชาวบ้านอดอยากปากแห้ง

หลายเดือนมานี้ เราได้เห็นคนบุกเดี่ยวเข้าไปในร้านทอง ใช้ปืนจริงบ้าง ปืนปลอมบ้าง ไม่มีอาวุธแล้วฉกชิงไปดื้อๆ ก็มาก

เมื่อถูกจับได้ยอมสารภาพ ก็อาจจะมีหลายเหตุผลที่ ก่อเหตุ แต่เรื่องหนี้สินจากปัญหาธุรกิจต้องเจ๊งในช่วง 2 ปีมานี้ แทบจะเป็นปมเหตุสำคัญ

ความจริงในสังคมเช่นนี้แหละ ที่อธิบายตัวเลขเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีได้ชัดแจ้ง!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน