วงการกีฬาได้เฮไปตามๆ กันเมื่อสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ประกาศกำหนดการแข่งขันใหม่ของมหกรรมกีฬา เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 หรือ “หางโจวเกมส์” ออกมาแล้วในวันที่ 23 ก.ย.-8 ต.ค.2023
เดิมทีการแข่งขันรายการนี้จะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 10-25 ก.ย.2022 แต่ต้องถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากโควิด-19 ที่ยังไม่สู้ดีนัก ซึ่งเมื่อมารวมกับซีเกมส์ ครั้งที่ 32 กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 5-16 พ.ค.2023 รวมถึงเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็น เจ้าภาพ ซึ่งเลื่อนจากปี 2021 มาแข่งขันในวันที่ 17-26 พ.ย.2023 ทำให้ในปี 2023 นั้นจะมีมหกรรมกีฬาให้แฟนๆ กีฬาได้ชมและเชียร์อย่างจุใจ
แต่งานหนักคงตกมาอยู่กับนักกีฬา และคณะผู้บริหารแต่ละสมาคมกีฬาทุกแห่ง ที่อาจจะต้องกรำศึกหนักลงแข่งขันในมหกรรมกีฬาใหญ่ๆ ติดกัน 3 รายการในช่วงเวลา 7 เดือนเท่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงเหลือเกินที่การกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย อาจวางแผนให้ ทุกสมาคมกีฬา เตรียมทีม และแบ่งนักกีฬาออกไป 2-3 ชุดเพื่อให้นักกีฬาไม่รับภาระหนักจนเกินไป ตามแผนเดิมที่วางไว้ในปีนี้ ก่อนที่เอเชียนเกมส์ และเอเชียนอินดอร์-มาร์เชียลอาร์ตเกมส์ จะเลื่อนออกไป
ปี 2023 คงเป็นปีที่สาหัส และหนักหนาแน่นอนสำหรับวงการกีฬาไทย ยิ่งมีโควิด-19 มาเป็นตัวแปรแล้ว ยิ่งทำให้ทุกอย่างยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่ผ่านมา เชื่อว่าสมาคมกีฬาต่างๆ คงได้ลองผิดลองถูกมาพอสมควรแล้ว สมาคมกีฬาไหนที่มีข้อผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมทีม และการจัดสรรตัวนักกีฬา คงต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ อีก 1 ปีเชื่อว่าคงมากเกินพอสำหรับให้คิดวิเคราะห์กันอย่างถี่ถ้วน
หากบริหารจัดการกับ 3 ศึกใหญ่ได้ ไม่ดี คงได้เห็นรถทัวร์แห่งความดราม่า มาจอดรอหน้าบ้านท่านเป็นแน่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบรรดากีฬาความหวังและกีฬามหาชนอย่างเช่น มวยสากลสมัครเล่น เทควันโด วอลเลย์บอล หรือแม้แต่ฟุตบอล อย่างที่เห็นได้จากซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเวียดนามเป็น เจ้าภาพมีหลายชนิดกีฬาที่โดนกระหน่ำ เพราะแค่เรื่องโควิด-19 ยังทำให้ความพร้อมน้อยอยู่แล้ว ยิ่งต้องเจอกับมหกรรมกีฬาใหญ่ 3 รายการไล่เรียงกันมาแบบนี้ เชื่อว่าผู้บริหารแต่ละสมาคมคงกลุ้มใจไม่น้อยกับการจัดสรรเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด