วันศุกร์ที่ 22 ก.ค.2565 น้อมรำลึกครบรอบ 2 ปี มรณกาล พระครูสุทธิพรหมโชติ หรือหลวงปู่สิงห์ พรหมโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดวิชัย ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของภาคอีสาน เป็นศิษย์สืบสายธรรมจากหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน พระเกจิอาจารย์ผู้สร้างพระธาตุท่าอุเทน จ.นครพนม และยังเป็นศิษย์หลวงปู่ญาคูสุ หรือพระครูพิทักษ์อุดมพร ซึ่งเป็นศิษย์ผู้น้องหลวงปู่สนธิ์ สุรชโย แห่งวัดท่าดอกแก้วเหนือ ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
มีนามเดิมว่า สิงห์ ภูเม็ด เกิดเมื่อวันพุธที่ 9 ก.ค.2467 เป็นชาวบ้านหนองบาท้าว หมู่ 2 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม บิดามารดา ชื่อนายสดและนางสุ ภูเม็ด ท่านเป็นบุตรคนที่ 2
หลังจบชั้น ป.4 ขณะมีอายุ 10 ขวบ มีความศรัทธาต้องการบวช บิดามารดาจึงนำไปฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่ญาคูสุ เจ้าอาวาสวัดวิชัย รูปที่ 2 จึงรับไว้แต่ยังไม่ให้บรรพชา ให้ห่มผ้าขาวทำวัตรสวดมนต์ทุกวัน
หลวงปู่ญาคุสุเห็นความขยันหมั่นเพียร จึงบอกว่า หากประกอบกิจวัตรรักษาศีลบำเพ็ญเพียรได้ จะพาไปบวชเรียนอยู่สำนักปริยัติธรรมวัดพระธาตุท่าอุเทน กับหลวงปู่สีทัตถ์ โดยบิดามารดาพาขี่ม้าไปที่วัดดังกล่าว
หลวงปู่สีทัตถ์ นำไปบวชที่วัดพระธาตุ โพนฉัน ที่ฝั่งลาว โดยมีหลวงปู่สีทัตถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะมีอายุ 10 ขวบ อยู่ จำพรรษาในฝั่งลาว สามเณรสิงห์ได้ศึกษาในสำนักเรียนหลวงปู่สีทัตถ์ หลังออกพรรษา หลวงปู่ญาคูสุ จึงนำสามเณรสิงห์ กลับสู่มาตุภูมิ
หลังเดินทางกลับสู่วัดบ้านเกิด ได้อุปัฏฐากรับใช้ผู้เป็นอาจารย์ ร่ำเรียนอักขระธรรมลาวโบราณ อักขระขอม วิทยาคมและคาถามนต์สาลิกากับหลวงปู่สนธิ์ วัดท่าดอกแก้ว ก่อนไปฝึกทำตะกรุดหนังเสือและจากปล่องไม้ไผ่กับหลวงปู่สาย ฐิตปัญโญ วัดขามเตี้ยใหญ่ ต.นาขมิ้น อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม จนเชี่ยวชาญแตกฉาน
ยังได้ฝึกกัมมัฏฐานกับหลวงปู่จันทร์ เขมิโย ที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม คอยชี้แนะเดินจงกรมให้ และเรียนนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ที่สำนักเรียนวัดดังกล่าว
บวชเณรนาน 16 ปี จึงอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดวิชัย มีหลวงปู่ญาคูสุ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า พรหมโชโต แปลว่า ผู้มีความรุ่งเรืองประดุจพรหม
หลังอยู่จำพรรษาที่วัด 1 พรรษา จึงออกเดินธุดงค์ตามป่าช้าต่างๆ มุ่งเดินทางไปศึกษาธรรมกับหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม พระเกจิชื่อดังของเมืองไทย ฝึกวิชากัมมัฏฐาน ฝึกจิตคาถา
จากนั้นจึงเดินธุดงค์ไปพบพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ที่วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนกัมมัฏฐาน ฝึกสมาธิให้ ร่ำเรียนวิชาแพทย์โบราณและดูฤกษ์ยามนาน 10 ปี จนแตกฉานแล้ว หลวงปู่ขาว จึงมอบหมายให้หลวงปู่สิงห์ ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านผือ จ.อำนาจเจริญ พัฒนาเสนาสนะนาน 10 ปี สอนศีลธรรมให้ชาวบ้านและกุลบุตร
ต่อมา หลวงปู่ญาคูสุ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ได้มรณภาพ จึงได้กลับมาร่วมงานพระราชทานเพลิง จากนั้นชาวบ้านได้อาราธนานิมนต์กลับมารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดวิชัย และเป็นเจ้าอาวาสวิชัยตามลำดับ เพื่อพัฒนาเสนาสนะสร้างหอระฆัง ศาลาการเปรียญ และกุฏิใหม่ 4 ห้องจวบจนในปัจจุบัน
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครูสุทธิพรหมโชติ พ.ศ.2556 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม
หลวงปู่สิงห์ ท่านยังเคยเป็นพระธรรมทูตในประเทศแถบอาเซียน เดินทางไปเผยแพร่ธรรมะจารีตธรรม อาทิ ประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย เป็นต้น
ด้านวัตถุมงคลที่หลวงปู่สิงห์ จัดสร้างเป็นพระขุนแผนพญาไก่แก้ว รุ่นแรก เนื้อว่าน 108 ซึ่งสร้างน้อยแค่ 299 องค์ และวัตถุเหรียญหลวงปู่สิงห์ รุ่นแรก ที่กำลังมาแรงเป็นที่แสวงหาของนักอนุรักษ์สะสมพระเครื่อง
หลวงปู่สิงห์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2563 ละสังขารอย่างสงบด้วยโรคชรา ที่ ร.พ. นครพนม สิริอายุ 97 ปี พรรษา 70
ชนะ วสุรักคะ