“ยืนยันว่าถึงจะดูหนังมามากแค่ไหนตำรวจก็ตามจับได้ทุกราย” คำยืนยันหนักแน่นจาก พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.
ย้อนไปเมื่อเที่ยงวันที่ 20 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบช.น. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี รองผบก.น.5 พ.ต.อ.สมศักดิ์ มงคลคุณากร ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ต.ภัคธนสันต์ เก่งเขตรกิจ สว.กก.สส.บก.น.5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน ร่วมกันแถลงจับกุมนายประภากร หรือ กร ศรีสมบูรณ์ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาจี้ชิงทรัพย์ร้านทองพรสุพรรณ ภายในห้างสรรพสินค้า โลตัสพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

จับคาห้องพัก
หลังตามไปจับกุมได้ที่แมนชั่นแห่งหนึ่งในซอยชยางกูร 38 ถนนชยางกูร อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พร้อมตรวจยึดของกลาง สร้อยข้อมือ ทองคำพร้อมจี้รูปต่างๆ จำนวน 5 เส้น ที่ผู้ต้องหาแยกซุกซ่อนเอาไว้ในขวดโรลออนและแป้ง เงินสด 12,550 บาท และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง
พล.ต.ท.สำราญเปิดเผยที่มาของคดีนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ค. เวลาประมาณ 19.40 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชาย ก่อเหตุใช้วัตถุคล้ายอาวุธปืน ชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำ ที่ร้านทองพรสุพรรณ ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายรีบรุดไปตรวจที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวแถบสีแดง สวมหมวกแก๊ปด้านหน้าสีขาว-ด้านหลังสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ สะพายกระเป๋าเป้สีเทา มือขวาถือวัตถุสีดำ คล้ายอาวุธปืน ห่อด้วยผ้าขนหนูสีขาว-ฟ้า เดินเข้ามาในร้านพร้อมกระเป๋าเป้ ก่อนจะโยนกระเป๋าลงบนเคาน์เตอร์หน้าร้าน ซึ่งขณะนั้นมีพนักงานนั่งอยู่ 3 คน

วงจรปิดขณะก่อเหตุ
คนร้ายใช้อาวุธคล้ายปืนในมือที่พันผ้าเอาไว้ข่มขู่ให้พนักงาน ส่งถาดทองมาให้ก่อนจะคว้าไปหมดถาดแล้วหลบหนีไป โดยขี่รถจยย.ยามาฮ่า มุ่งหน้าแยกพัฒนาการข่มขู่พนักงานภายในร้าน ได้ทรัพย์สินเป็น สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท 27 เส้น , สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท 6 เส้น รวมจำนวน 34 เส้น น้ำหนักรวม 45 บาท มูลค่า 1.5 ล้านบาท ยืนยันว่าถึงจะดูหนังมามากแค่ไหนตำรวจก็ตามจับได้ทุกราย
ด้านพ.ต.อ.จิรกฤตกล่าวถึงการสืบสวนจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ว่า จากการตรวจสอบพบว่าชายดังกล่าวใช้อาวุธปืนบีบีกันชิงทองมาได้แล้ว ได้หลบหนีออกจากห้างสรรพสินค้าโดยใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น Zoomer X (ซูเมอร์เอ็กซ์) สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปตามถนนพัฒนาการ ก่อนทิ้งรถจักรยานยนต์ดังกล่าวที่ซอยพัฒนาการ 51 มุ่งหน้าศรีนครินทร์ เปลี่ยนเสื้อผ้าหลบหนีต่อโดยใช้รถแท็กซี่ถึง 5 คันสลับเปลี่ยนเพื่ออำพราง

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. นำแถลง
ฝ่ายสืบสวนได้ใช้เทคนิคการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จากการไล่ติดตามกล้องวงจรปิด จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายประภากร หรือ กร อายุ 42 ปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอออกหมายจับ โดยศาลอาญาพระโขนงได้อนุญาตหมายจับ ต่อมาวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายประภากร ที่ห้องพักเลขที่ 210 ชั้น 2 ฝันดีแมนชั่น ซอยชยางกูร 38 ถนนชยางกูร อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
นายประภากรสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยก่อนหน้านี้ เคยเป็นเจ้าของร้านเหล้า ย่านลาดพร้าววังหิน แต่ถูกจับฝ่าฝืนเปิดจำหน่าย สุราช่วงโควิดและทำให้ลูกค้าที่ดื่มสุราถูกจับกุม จึงทำให้ต้องปิดร้านขาดรายได้ จนสุดท้ายต้องหันไปกู้นอกระบบหลายครั้งมูลค่าหลายแสน บาท จนถูกเจ้าหนี้ตามทวงเงิน

ทองของกลางที่เหลือ
อีกสาเหตุคือติดการพนันออนไลน์ ประกอบกับตนชอบดูหนังโจรกรรมจึงได้วางแผนปล้น เริ่มจากขโมยรถจักรยานยนต์แถวย่านรามอินทรา แล้วมาก่อเหตุที่ร้านทองในห้างดังกล่าว ก่อนจะนำของกลางไปขายที่ร้านทองในอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แล้วข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้านไปเล่นการพนัน ก่อนหลบหนีไปที่จ.อุบลราชธานี จนถูกตำรวจตามมาจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.คลองตัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากนั้นนำทองที่เหลือบางส่วนซุกซ่อนไว้ในขวดแป้ง ขวดโรลออน ขวดครีมทาผิว ขวดยาสระผม เพื่อตำรวจตรวจค้นจะได้หาไม่เจอ
โจรหนุ่มรายนี้ยังบอกกับตำรวจอีกว่า รู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายก็คงหนีไม่รอด แต่ก็ขอเคลียร์ปัญหาให้ได้ก่อน
คำถามคือ แล้วมันคุ้มกันไหมล่ะ
สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย – เรื่อง/ภาพ