‘ความหึงหวง’ ในแวดวงนักจิตวิทยาวิเคราะห์กันมานานแล้วว่าไม่ได้เกิดจากความรัก

แต่เกิดจากอารมณ์ผสมผสานระหว่างเจ็บปวด เสียใจ โกรธ กลัว ที่ต้องรับรู้ว่ากำลังจะสูญเสียคนรัก

ความหึงหวงจำแนกได้ 2 แบบคือ 1) รู้ว่ามีมือที่สามเข้ามาแทรกระหว่างกลางในความสัมพันธ์ 2) หวาดระแวงไปเอง ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้มีพฤติกรรมนอกใจใดๆ

ตลาดที่เกิดเหตุ

ล่าสุดก็เกิดเหตุสลดจากความหึงหวง และครั้งนี้ก็อุกอาจ เพราะเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ ต่อหน้าต่อตาชาวบ้านจำนวนมากที่ไปจับจ่ายกับข้าวกับปลา และแม่ค้าที่ตลาดแสวงหา ริมถนนแสวงหา-โพธิ์ทอง ม.5 ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ร.ต.อ.วิทยา แสนโสดา รองสว.สอบสวน สภ.แสวงหา รับแจ้งเหตุมีคนแทงกันตายภายในตลาดแสวงหา โดยฆาตกรยังอยู่ที่จุดเกิดเหตุในสภาพคลุ้มคลั่ง

หลังรับแจ้ง ผู้กองวิทยารีบรายงานเหตุร้ายให้ผู้บังคับบัญชารับทราบตามลำดับชั้น ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ พฐ.บก.ภ.จว.อ่างทอง แพทย์ ร.พ.แสวงหา และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่ตรงร้านอาหารตามสั่งในตลาด เจ้าหน้าที่พบ นายเอกชัย ล้อมไร่ อายุ 46 ปี ชาว อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ยืนถือมีดทำครัวยาวประมาณ 1 ฟุต

จนท.รีบปฐมพยาบาลหนุ่มคลั่งก่อนส่งโรงพยาบาล

ส่วนบนพื้นพบร่างไร้ลมหายใจของ นางพัฒชา พูลทองคำ อายุ 59 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 1 ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง นอนแน่นิ่งจมกองเลือด

ตำรวจกระจายกำลังโอบล้อมจุดเกิดเหตุ พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้นายเอกชัยยอมวางอาวุธมอบตัว แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งคลุ้มคลั่งเปิดวาล์วถังแก๊สหุงต้มขู่จะจุดไฟเผา ทำให้ต้องถอยห่างออกมา เพื่อให้นายเอกชัยลดความตึงเครียดลง

แต่ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เพราะนายเอกชัยตัดสินใจยกมีดที่อยู่ในมือจนสุดแขนแล้วแทงปักลงอกตัวเองจนเลือดกระฉูดท่ามกลางความสยดสยองของผู้พบเห็น ก่อนกระชากออกมาปาดคอซ้ำ แต่ตำรวจตัดสินใจพุ่งเข้าไปชาร์จตัวจนล้มคว่ำกับพื้น

เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยซึ่งเตรียมเผชิญเหตุร้ายไว้ก่อนหน้าแล้วรีบเข้าไปปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำร่างส่งรักษาที่ ร.พ.แสวงหา

พฐ.เข้าเก็บหลักฐาน

หลังส่งตัวนายเอกชัยไปโรงพยาบาลแล้ว ตำรวจและแพทย์เข้าไปตรวจชันสูตรพลิกศพนางพัฒชา พบลำคอถูกมีดเชือดเป็นแผลเหวอะหวะถึง 2 แผล

สอบสวนทราบว่า ทั้งคู่เพิ่งคบหาอยู่กินเป็นสามีภรรยากันได้แค่เพียง 2 เดือนเท่านั้น

โดยนางพัฒชาเป็นแม่ค้าอาหารตามสั่งในตลาดที่เกิดเหตุ เพิ่งกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง หลังต้องหยุดไปนานจากสถานการณ์เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาด

ส่วนนายเอกชัยผู้ก่อเหตุมีอาชีพขับรถบัสรับส่งพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง อุปนิสัยขี้หึงมาก เมียจะไปไหนตามติดตัวแจ แม้กระทั่งไปเข้าห้องน้ำก็ยังตามไปเฝ้า ช่วงที่ยังทำงานขับรถจะต้องให้ผู้ตายนั่งคู่ไปด้วย เมื่อผู้ตายมาเปิดร้านอาหารตามสั่งก็ลาออกตามมาช่วยกันค้าขาย เรียกว่าตัวติดกันแทบไม่ห่าง

ร้านอาหารตามสั่งจุดฆ่าสยอง

เพื่อนร้านค้าที่อยู่ใกล้กันให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินนายเอกชัยขอเงินผู้ตาย 500 บาท แต่เกิดมีปากเสียงกันขึ้น แล้วจู่ๆ นายเอกชัยก็คว้ามีดทำครัวขึ้นมาปาดคอนางพัฒชา ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนร่วมตลาดและชาวบ้าน

ส่วนอาการของนายเอกชัยล่าสุด เจ้าหน้าที่แพทย์ร.พ.อ่างทอง ส่งตัวผู้ต้องหาไปรักษาต่อที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ร.พ.มศว องครักษ์) หลังจากถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลแสวงหา มารักษาตัวที่ตึกไอซียู ศัลยกรรมของโรงพยาบาลอ่างทอง ได้เพียง 1 วัน

ภาพเมื่อครั้งช่วยกันทำมาหากิน

โดยตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายเอกชัย เนื่องจากยังอยู่ในอาการสาหัส คงต้องรอให้มีอาการดีขึ้นเสียก่อน จึงจะสอบสวนถึงสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุสยองในครั้งนี้ให้ชัดเจนอีกครั้ง

อีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่เริ่มต้นจากความรัก ก่อนลงท้ายด้วยความสูญเสีย

กนกศักดิ์ แสงตระการเรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน