ลุยน้ำเข้าบ้าน นึกไปเรื่อยว่าอยุธยาใช้น้ำท่วมไล่พม่า แล้วยามปกติ ชาวกรุง(ศรี)เจอน้ำท่วม ทำอย่างไร
ชชช (เชียร์ชัชชาติ)
ตอบ ชชช
คำตอบนำมาจากบทความ “พิธีไล่น้ำสมัยอยุธยา พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ ไล่น้ำท่วมให้ลด ไล่น้ำลงทะเล” เผยแพร่ทางเว็บไซต์นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ดังนี้
ในสมัยอยุธยา บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ที่มีน้ำไหลหลากท่วมเป็นประจำทุกปี ได้นำเอาความอุดมสมบูรณ์มาให้แก่ชาวอยุธยา ทั้งข้าวและปลาก็บริบูรณ์
อย่างไรก็ตาม หากปีใดมีน้ำหลากมามากเกินไป ก็จะสร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรได้ โดยหากน้ำหลากท่วมสูงเร็วผิดปกติ ต้นข้าวไม่อาจจะโตทันได้ภายในเวลาอันสั้น คือไม่ทัน ชูยอดขึ้นเหนือน้ำ ก็จะทำให้ข้าวเน่าและตายได้
ดังนั้น ในปีใดหากมีน้ำเหนือไหลหลากลงมามากเกิน ราชสำนักอยุธยาจะประกอบพระราชพิธีที่เรียกว่า “พิธีไล่น้ำ” ซึ่งพิธีดังกล่าวนี้ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธี 12 เดือน บางครั้งเรียกว่า “พิธีไล่เรือ เถลิงพิธีตรียัมพวาย”
พิธีนี้จะจัดขึ้นในเดือนอ้าย (ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม) ขั้นตอนประกอบพิธีคือ พระมหากษัตริย์เสด็จฯ ประทับเรือพระที่นั่ง พร้อมด้วยพระอัครมเหสี พระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าหลานเธอ และขุนนางผู้ใหญ่ตามเสด็จฯ เป็นขบวนใหญ่ โดยขบวนเสด็จพยุหยาตราชลมารคจากอยุธยาล่องตามแม่น้ำลงไปทางทิศใต้

เมื่อขบวนเสด็จฯ ไปถึงสถานที่ที่กำหนด ก็ตั้งเครื่องบัตรพลีทำพิธีเรียกขวัญสู่ขวัญพระแม่คงคา มีการร้องลำน้ำเห่กล่อม หลังจากนั้นพระมหากษัตริย์ “เสด็จออกยืน” กลางเรือพระที่นั่ง ทรงถือ “วาลวิชนี” (พัดโบก) หนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ทรงโบกไปมาเหนือลำน้ำ ในลักษณะจากเหนือลงใต้ เป็นสัญลักษณ์ว่าขอให้เกิดลมมาพัดกระแสน้ำให้ไหลลงทะเลโดยเร็วเพื่อน้ำที่กำลังหลากท่วมจะได้ลดลง
ในการประกอบพิธีก็อาจจะมีการใช้พระแสงดาบฟาดฟันสายน้ำเพื่อเร่งรัดให้น้ำลดลงอีกด้วย ดังที่ปรากฏอยู่ในคำให้การชาวกรุงเก่าที่บันทึกถึงเหตุการณ์ครั้งสมเด็จพระนารายณ์ทรงเรือพระที่นั่งในเวลาน้ำขึ้น “รับสั่งให้น้ำลด แล้วทรงพระแสงฟันลงไป น้ำก็ลดตามพระราชประสงค์”
นิโกลาส์ แชร์แวส ชาวฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ บันทึกไว้ว่า “พิธีฟันน้ำ” ได้เลิกไปในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ “เมื่อก่อนนี้ยังมีอีกโอกาสหนึ่งที่จะได้เห็นพระองค์ คือในวันเสด็จไปประกอบพระราชพิธีฟันน้ำ เพื่อมิให้มันท่วมขึ้นมา แต่ปัจจุบันได้ยุบเลิกขนบประเพณีที่ว่านี้เสียแล้ว”
เหตุที่ต้องมี “พิธีไล่น้ำ” ก็เพื่อไล่น้ำที่หลากท่วมท้องทุ่งให้ราษฎรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวในนาที่กำลังสุกพอดีเกี่ยว ซึ่งพิธีนี้ไม่ได้ทำทุกปี แต่จะทำเฉพาะในปีที่เกิดน้ำหลากลงมากจนสร้างความเสียหายแก่นาข้าว แม้ว่าพิธีกรรมนี้อาจจะช่วยไล่น้ำไม่ได้จริง แต่ก็นับว่าเป็นพิธีที่สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ราษฎรในสมัยก่อนอย่างมาก