วีซ่ายาวให้เศรษฐีต่างชาติดีหรือไม่

เรียน บ.ก.ข่าวสด

ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเรื่อง ลดค่าธรรมเนียมในการ สมัครวีซ่าระยะยาว 10 ปีจาก หนึ่งแสนบาท เหลือ 50,000 บาท ระบุว่าต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนจากคนต่างชาติ เท่านั้นยังไม่พอเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ต่างชาติในเมื่อถือวีซ่า 10 ปีอยู่ยาวๆ แล้ว พร้อมดันกฎหมายให้ต่างชาติ ซื้อบ้าน 1 ไร่ ลดค่าโอน-จำนอง 0.01% ให้กับคนซื้อ 3 ล้านแรก เพื่อขยายฐานคนซื้อบ้านราคาสูงกว่า 3 ล้านบาท และต้องเข้ามา ลงทุนไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท ไม่น้อยกว่า 3 ปี หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นตัว ในนามบุคคลธรรมดา จากเดิมที่เคยซื้อ ในนามนิติบุคคลและผ่านนอมินี ถ้าสองประเภทหลังมีอยู่มาก คนไทยแต่งงานกับชาวต่างชาติมากขึ้นทั้งจีนและยุโรป แปลกใจว่าทำไมไม่เปลี่ยนให้เป็นการให้เช่าระยะยาวจะดีกว่า ลองศึกษาประเทศอื่นๆ ดูก่อนเอาประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งสิงคโปร์ อังกฤษ ยุโรป หรือใกล้บ้านเราอย่างมาเลเซีย บางประเทศยกเลิกนโยบายไปแล้วเพราะมองว่าอนาคตข้างหน้า จะมีปัญหาเรื่องการฟอกเงิน การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ระวังจะไม่ใช่การลงทุนในประเทศอย่างแท้จริง ศักยภาพ ของไทยมีดีอยู่ในตัว มีทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งอาหาร ฯลฯ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าคนบริหารเท่านั้น เอาพรรคเอาพวกมากกว่าชาวบ้าน ไม่แก้ปัญหาที่แท้จริง นี่ขนาดยังไม่ประกาศใช้ ราคาที่ดินและราคาบ้านสูงกว่ารายได้คนไทย ปัญหาคนไทยไร้ที่อยู่ ยังมีอยู่มาก ส่วนคนชั้นกลางซื้อที่อยู่อาศัย ณ ปัจจุบัน แทบจะผ่อนดอกเบี้ยมากกว่าผ่อนเงินต้น ต่อไปคนไทยต้องเช่า ที่ดินคนต่างชาติทำกินบนพื้นแผ่นดินไทย และที่ร้ายไปกว่านั้น ระวังคนไทยต้องเช่าห้องพักอาศัยจากคนต่างชาติที่ถือครอง นอกจากนี้กลุ่มเป้าหมายที่รัฐกำหนด 1 ใน 4 มีกลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ ล้วนแต่เป็นผู้รับเงินบำนาญจากประเทศของตน ปกติคนยิ่งสูงวัยส่วนใหญ่ประหยัดใช้ชีวิตเรียบง่าย โอกาสที่จะจับจ่ายใช้สอยคงจะน้อย จะคุ้มหรือไม่

นับถือ

ว่าน

ตอบ คุณว่าน

ถ้าศึกษาจากหลายประเทศ ที่เคยดำเนินโครงการแบบนี้ จะพบว่ามีการเลิกโครงการไปในบางประเทศ หรือที่ยังไม่เลิก จะมีการเพิ่มข้อกำหนดต่างๆ มากขึ้น จุดสำคัญคือ ป้องกันเศรษฐีต่างชาติที่มีเบื้องหลังไม่ใสสะอาด กลายเป็นการเข้ามาหาประโยชน์ด้านอื่น และการฟอกเงิน อย่างที่คุณกล่าวมา ดังนั้นไทยเราเมื่อจะเปิดโครงการแบบนี้ ต้องศึกษาเรียนรู้จากประเทศอื่นๆ ให้ดี ที่น่าหนักใจคือ เจ้าหน้าที่รัฐของเราเองจำนวนไม่น้อย มีแนวโน้มพร้อมจะทุจริต ทำให้ยิ่งเป็นช่องโหว่ น่าอันตราย

จะพลิกกลับไปสูตรหาร 100 หรือ

เรียน บ.ก.ข่าวสด

การที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน พรรคพลังประชารัฐ พูดกับสื่อ ถึงข้อกังวลเกี่ยวกับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 ว่าน่าจะอยู่ไม่ได้และจะมีปัญหาตามมาทีหลัง หมายความว่า จะกลับมาใช้สูตรหาร 100 เป็นสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์จะเปลี่ยน อีกแล้วหรือ ก็ในเมื่อวาระ 2 ใช้สูตร 500 แล้ว ถ้าไม่ผ่านวาระ 3 มีการโหวตคว่ำ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็พิลึก เริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ กฎหมายออกไม่ทันรัฐบาลหมดวาระ ก็ต้องเป็นรัฐบาลรักษาการ ต่อไป แล้วหมู่คณะใดจะเป็นผู้พิจารณากฎหมายการเลือกตั้ง หรือเป็นหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา ระยะเวลาการร่างกฎหมายมันจะไม่นานเกินไปหรือ

เป็นงง!

ตอบ คุณเป็นงง

การพลิกกลับไปใช้สูตรหาร 100 ดูจะง่ายกว่าเดินหน้าสูตรหาร 500 เพราะที่ผ่านมามีการแก้รัฐธรรมนูญเอาไว้หลายประเด็นเพื่อรองรับสูตรหาร 100 แล้วจู่ๆ มาพลิกเป็นหาร 500 ซึ่งจะเป็นการขัดแย้งกับขั้นตอนต่างๆ ที่ทำมาตลอด เข้าข่าย ขัดรัฐธรรมนูญด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน