บีบีซีรายงานวันที่ 1 ส.ค. ถึงความยินดีหลังจากเรือราโซนี เรือบรรทุกธัญพืชลำแรกจากยูเครน แล่นออกจากท่าเรือเมืองโอเดสซา เมืองท่าสำคัญในทะเลดำ เมื่อช่วงเช้าตามเวลา ท้องถิ่น ท่ามกลางความหวังว่าจะช่วยแก้วิกฤตขาดแคลนอาหารทั่วโลกได้ ด้านโฆษกสำนักงานเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่านายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น มีความยินดีอย่างยิ่งที่เรือบรรทุกธัญพืชของยูเครนออกจากท่าเรือได้สำเร็จและอยู่ระหว่างทางส่งออกไปยังประเทศปลายทาง
แถลงการณ์บางส่วนระบุว่า “เลขาธิการสหประชาชาติหวังว่าเรือลำนี้จะเป็นครั้งแรกของเรือพาณิชย์อีกหลายลำที่จะออกเดินทางตามข้อตกลงซึ่งลงนามไปแล้ว สิ่งนี้จะนำมาซึ่งความมั่นคงและการบรรเทาทุกข์ที่จำเป็นมากต่อความมั่นคงด้านอาหารของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทด้านมนุษยธรรมที่เปราะบางที่สุด”

ได้ฤกษ์ – เรือราโซนี เรือบรรทุกสินค้าธัญพืชของยูเครนแล่นออกจากท่าเรือในเมืองโอเดสซา เมืองท่าสำคัญในทะเลดำ ถือเป็นการหวนส่งออกธัญพืชครั้งแรกในรอบหลายเดือนภายหลังรัสเซียโจมตีเมืองท่าของยูเครนจนเกิดวิกฤตอาหารโลก (รอยเตอร์)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังยูเครนและรัสเซียลงนามในข้อตกลงร่วมสี่ฝ่ายกับตุรกีและองค์การสหประชาชาติที่นครอิสตันบูลเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ต่อมาข้อตกลงเกือบล้มเหลวเมื่อรัสเซียยิงขีปนาวุธ 2 ลูกใส่ท่าเรือในเมืองโอเดสซา ส่งผลให้การส่งออกธัญพืชของยูเครนล่าช้า และตอกย้ำข้อกล่าวหาว่ารัสเซียพยายามขโมยสินค้าทางการเกษตรของยูเครน
นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นหลังกรณีที่นายโอเล็กซีย์ วาดาตูร์สกี อายุ 74 ปี หนึ่งในนักธุรกิจ มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของยูเครน เจ้าของบริษัท นิบูลอน บริษัทส่งออกธัญพืชรายใหญ่ เสียชีวิตพร้อมนางไรซา ภรรยา ในเหตุกองกำลังรัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองมีโคลายิฟ ทางตอนใต้ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายมีไคโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาทำเนียบประธานาธิบดียูเครนระบุเชื่อว่ากองกำลังรัสเซียจงใจพุ่งเป้าโจมตีนายวาดาตูร์สกี เนื่องจากขีปนาวุธลูกหนึ่งพุ่งใส่ห้องนอนของนายวาดาตูร์สกีอย่างจัง และหลักฐานนี้บ่งชี้ว่าเป็นการยิงขีปนาวุธนำวิถี