จากแนวคิดของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ต้องการให้ตำรวจคิดค้นวิธีการที่ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางจากปากซอยเข้าบ้านได้โดยไม่รู้สึกต้องหวาดกลัวภัยอันตราย จนเกิดโครงการ สมาร์ตเซฟตี้โซน 4.0 (Smart Safty Zone 4.0) โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้ขับเคลื่อน
ไม่ว่าจะเป็นการใช้กล้องวงจรปิดเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความปลอดภัย ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมดำเนินการโครงการ ดังกล่าว ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (บก.ภ.จว.ยะลา) นำโดย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ได้คัดเลือก สถานีตำรวจภูธรเบตง (สภ.เบตง) เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
ใช้พื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร ใจกลางเมืองเบตง ที่มีสถานประกอบการ ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอาหาร มีนักท่องเที่ยวประชาชนเป็นจำนวนมากเป็นพื้นที่สมาร์ตเซฟตี้โซน

เครือข่ายวงจรปิด
โดยร่วมกันกับภาคีเครือข่ายพิจารณาวางแนวทางติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม ห้องควบคุมและสั่งการ ซึ่งใช้ห้องของศูนย์คำสั่งควบคุมการดำเนินการ (Command Control Operations Center – CCOC) ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มีการบูรณาการกล้องวงจรปิดทั้งในและนอกพื้นที่สมาร์ตเซฟตี้โซน นอกจากนี้ยังมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรม โดยประชาชนกว่าร้อยละ 47.8 หวาดกลัวภัยในชีวิต ร่างกาย เพศ และทรัพย์สิน และประชาชนกว่า ร้อยละ 56.3 มีความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการป้องกันอาชญากรรม
พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง พ.ต.ท.ทศพล พลอยงาม รองผกก.ป.สภ.เบตง และฝ่ายงานป้องกันปราบปรามสภ.เบตง เริ่มดำเนินการตามโครงการอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอไอพีกล้องวงจรปิดของภาคเอกชน เพื่อนำมาลิงก์เข้าห้องศูนย์ CCOC ร่วมกับภาคีเครือข่าย เริ่มปรับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ อันได้แก่ ตัดต้นไม้ /แก้ไขไฟส่องสว่าง / ขีดสีตีเส้น ขอบทางจราจร ที่ได้เข้าสำรวจพบ รวมถึงมีการเข้าพบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาเทคโนโลยีในพื้นที่ เน้นการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
นอกจากนี้ เทศบาลเมืองเบตงสนับสนุนงบประมาณ จัดซื้อกล้องตรวจจับใบหน้า 1 ชุด ราคา 150,000 บาท โดยทาง สภ.เบตงได้นำมาติดตั้งในรถตู้เพื่อไปจอดบริเวณที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาอยู่เป็นจำนวนมาก และองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาได้บรรจุคำของบประมาณปี 2566 เพื่อจัดซื้อกล้องตรวจจับใบหน้า อีก 8 ตัว รวมเป็นเงิน 1,200,000 บาท นอกจากนี้ยังได้รับงบประมาณจากอดีตประธาน กต.ตร.สภ.เบตง สนับสนุนอุปกรณ์ SOS ได้รับงบประมาณจากภาคภาคีเครือข่าย สนับสนุนกล้องวงจรปิดเพื่อไปติดเพิ่มในจุดเสี่ยงที่มีการร้องขอ

ซ้อมใช้อาวุธ
รองผกก.ป.สภ.เบตง กล่าวว่า นอกจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันอาชญากรรมเชิงรุกแล้ว สภ.เบตงและคณะเครือข่ายป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก ภายใต้โครงการ Smart Safety Zone 4.0 ยังได้จัดการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่เจ้าหน้าที่ และเป็นการเตรียมความพร้อมการทบทวนหน้าที่ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้สามารถแก้ไขสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

อุปกรณ์กู้ระเบิดเตรียมพร้อม
ลักษณะการจำลองเหตุการณ์ เช่นสถานการณ์ชายวิกลจริตซึ่งมีอาการมึนเมาอาละวาด บริเวณปากอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ฝั่งแยกหอนาฬิกา ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องซักซ้อมขั้นตอนปฏิบัติ การประสานงานให้เป็นระบบ เพื่อให้มีประสิทธิภาพหากเกิดสถานการณ์จริง ขณะเดียวกันพื้นที่สภ.เบตง ถือว่าอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์กรณีพบวัตถุต้องสงสัยอีกกรณีด้วย
การดำเนินการดังกล่าวจึงสามารถทำให้เห็นได้ว่า ตำรวจ สภ.เบตง ยึดหลักสำคัญจากโครงการสมาร์ตเซฟตี้โซนมาปรับใช้ และเพิ่มมาตรการป้องกันเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ถือเป็นภารกิจหลักของตำรวจที่จะลดปัจจัยปัญหาอาชญากรรมที่อาจส่งผลกระทบได้ในอนาคตต่อไป
สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย
เรื่อง/ภาพ