การพัฒนาวิชาชีพ
เลาะรั้ว
เหตุที่ร่างพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ สำหรับให้สภาสถาปนิกเรียกเก็บเอาจากสมาชิกนั้น ได้เพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมอย่างน่าตระหนกตกใจ จนต้องมีคำถามว่า เหตุใดการจะขอเข้ารับใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพสถาปนิกต้องยุ่งยากและต้องจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่มีอัตราสูงนั้น
อัตราค่าธรรมเนียมการจะขอเข้ารับใบอนุญาตสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเป็นสถาปนิกผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพควบคุมที่เพิ่งจบจากการศึกษา ตามท้ายร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก เริ่มต้นตั้งแต่
1.ค่าใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมระดับภาคีสถาปนิก (คือผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสถาปัตยกรรมที่สภาสถาปนิกรับรอง 5,000 บาท
2.ก่อนจะเข้าเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องทดสอบการประกอบวิชาชีพครั้งละอีก 2,000 บาท (ซึ่งถ้ายังไม่ผ่านการสอบ เมื่อจะสอบใหม่ ตามวิชาที่ยังไม่ผ่านก็ต้องเสียอีก 2,000 บาท) รวม คือ 7,000 บาท
มีคำถามว่าสภาสถาปนิกมีกิจกรรมใดที่เป็นส่วนสำคัญในการศึกษาหรือลงทุนให้กับการศึกษาวิชาสถาปัตยกรรมดังกล่าว และถ้าคนจบจากต่างประเทศซึ่งสภาสถาปนิกไม่มีสิทธิ์ที่จะไปตรวจรับรองหลักสูตร ยิ่งการรับรองหลักสูตรวิชาสถาปัตยกรรมยังไร้หลักการ
ถ้าต่อมาสถาปนิกท่านใดประสงค์จะเลื่อนระดับขอบเขตความรับผิดชอบในวิชาชีพเป็นระดับสูงขึ้น เช่น เป็นระดับวุฒิสถาปนิก ต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็น 10,000 บาท และหากกลุ่มบุคคล ดังกล่าวเข้าร่วมกันเป็นนิติบุคคลผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งต้อง จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลทางกฎหมายแพ่งพาณิชย์แล้ว ยังต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องจ่ายค่าใบอนุญาตนิติบุคคลถึงรายละ 100,000 บาท
คำถามก็คือ สภาสถาปนิกมีส่วนอะไรที่เกี่ยวข้องให้ประโยชน์อะไรกับสมาชิกของสภาสถาปนิก หากการเปิดโอกาสให้สถาปนิกผู้ชำนาญการในสาขาวิชาต่างๆ เข้ามารวมตัวกันเพื่อให้บริการวิชาชีพแก่สังคมดีมากขึ้นนั้น จะถูกทำให้เป็นภาระและความยุ่งยาก ที่เกินจำเป็นมากขึ้น โอกาสที่สถาปนิกผู้มีความชำนาญพิเศษเฉพาะจะยิ่งเข้ามารวมตัวกันยากขึ้น การพัฒนาวิชาชีพก็จะน้อยลง
ทั้งๆ ที่การเป็นนิติบุคคลทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นคือ การประกาศที่จะรับรองภาระหน้าที่ของเขาเหล่านั้น ในขอบเขตทาง เศรษฐกิจการเงินการทองเท่านั้น สภาสถาปนิกมิได้มีส่วนในการช่วย ให้เขาเหล่านั้นเข้ามาร่วมกันแสดงความรับผิดชอบทางแพ่งแต่อย่างใด
การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงเช่นนี้ คือ ความไม่เป็นธรรม เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอุปสรรค ปัญหาและข้อขัดข้องในการประกอบวิชาชีพโดยสุจริตของประชาชน
โชคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามร่างพ.ร.บ.สถาปนิกที่ผ่านกรรมาธิการของสภาผู้แทนฯ มาบ้าง แต่ก็แน่ล่ะ สิ่งที่ยังคงปรากฏอยู่ในร่างพระราชบัญญัติสถาปนิกฉบับนี้ก็คือ ความไม่ชอบธรรมใดๆ ทั้งสิ้น ที่สภาสถาปนิกที่มีหน้าที่ส่งเสริมและกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเท่านั้นที่ไม่ควรจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ที่ดูเป็นการขูดรีด ที่เริ่มตั้งแต่ผู้จะเข้าเป็นสถาปนิกแต่ประการใด
และผู้จะพัฒนาวิชาชีพสถาปัตยกรรมเพื่อความเจริญก้าวหน้าของงานสถาปัตยกรรมของชาติ
นายช่าง