คดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น ที่เกิดทุกวัน นับเป็นตัวชี้วัดสภาพเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าได้เป็นอย่างดี ใครจะสร้างภาพว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอย่างไร แต่ชาวบ้านร้านตลาด ก็ยากจะเชื่อ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2565 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.สมประสงค์เย็นท้วม ผบช.ภ.3 แถลงผลการจับกุมคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ร้านทองกลางเมืองโคราช ได้สร้อยคอทองคำเส้นละ 1 บาท จำนวน 5 เส้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 150,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ค. หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเอาไว้ได้เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

จุดเริ่มต้นของคดีนี้เริ่มจาก เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 27 ก.ค. พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา นำกำลังพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ไปตรวจสอบเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ที่ห้างทองแสงมณี ทองเยาวราช ทางแยกวัดบึง (พระอารามหลวง) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จึงรีบรุดไปตรวจสอบ

สดจากสนามข่าว

วงจรปิดขณะหลบหนี

ที่เกิดเหตุเป็นย่านห้างทองตั้งเรียงราย ตามริม ถ.จอมพล กว่า 10 ห้าง ที่ร้านที่เกิดเหตุพบเจ้าของและพนักงานสาวของร้านขายรอให้การอยู่ด้วยมีสีหน้าตื่นตกใจ โดยพนักงานสาวให้การว่าขณะเกิดเหตุมีพนักงานขายอยู่ 2 คน คนร้ายเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวคอปกสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบและใส่หมวกนิรภัยเต็มใบ รูปร่างสูงลักษณะขาเป๋ด้านซ้าย เดินเข้ามาภายในพร้อมควักอาวุธปืนออกมาขู่

คนร้ายพูดขึ้นว่า “พี่เฉยนะ” ตอนนั้นพนักงานในร้านจะกดโทรศัพท์แจ้งเหตุ คนร้ายจึงขู่ซ้ำว่า “พี่ผมยิงจริงๆ นะ” จากนั้นจึงสั่งให้หยิบสร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 5 เส้นใส่ถุง ระหว่างนั้นเจ้าของร้านเห็นคนร้าย จึงได้เข้าไปหลังบ้านปิดล็อกประตู แล้วก็กดสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น ทำให้คนร้ายตกใจและรีบวิ่งออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว

สดจากสนามข่าว

นาทีก่อเหตุ

ตำรวจไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า หลังได้ทรัพย์สินคนร้ายรีบเดินไปขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่จอดอยู่กำแพง วัดบึง บริเวณฝั่งตรงข้าม หลบหนีมุ่งหน้าไปทางศาลจังหวัดนครราชสีมา โดยขณะที่คนร้ายหนี มีพลเมืองดีขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามไป แต่อยู่ห่างๆ เพราะคนร้ายมีอาวุธปืนก่อนคลาดกันบริเวณถนนเลียบคูเมือง หลังสำนักงาน อบจ.นครราชสีมา

จากแผนประทุษกรรมเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายคงจะมาสังเกตการณ์อยู่ระยะหนึ่งแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเพิ่งออกไปได้เพียง 15 นาทีเท่านั้น คนร้ายก็บุกเข้ามาลงมือก่อเหตุ อีกทั้งพนักงานยืนยันว่าเสียงพูดของคนร้ายออกสำเนียงโคราช จึงมั่นใจว่าจะเป็นคนในพื้นที่แน่นอน

หลังเกิดเหตุตำรวจเชิญตัวชายที่มีรูปร่างและลักษณะการเดินขากะเผลก คล้ายกับคนร้าย 2 รายมาสอบปากคำ แต่ก็ปรากฏว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนร้ายแต่อย่างใด จึงได้ปล่อยตัวไป

สดจากสนามข่าว

พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 แถลง

ต่อมา พล.ต.ต.พรชัยเผยว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ลงพื้นที่แกะรอยหาเบาะแสของคนร้าย จนพอรู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะกลัวคนร้ายจะไหวตัว ซึ่งชุดสืบสวนเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ และรู้เส้นทางการหลบหนีเป็นอย่างดี โดยอาศัยจังหวะก่อเหตุในช่วงที่ร้านทองใกล้จะปิดร้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่เฝ้าร้านทองเพิ่งออกจากร้านไปได้ไม่นาน โดย คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้

ตัดกลับมาที่การแถลงข่าว พล.ต.ท.สมประสงค์ เผยเบื้องหลังการจับกุมว่า ชุดสืบสวนแกะรอยไล่ล่าคนร้ายรายนี้จนพบเบาะแสว่า ก่อนก่อเหตุคนร้ายได้ขโมยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีเทาแดง มาจากบริเวณทุ่งทะเล ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา แล้วนำมาใช้ก่อเหตุชิงทอง ก่อนนำมาจอดทิ้งไว้

ชุดสืบสวนไล่แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนทราบตัวคนร้าย และติดตามไปจับกุมตัวได้ที่หอพักแห่งหนึ่งใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดัง ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ นายพรเทพ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยชื่อดังของจังหวัดนครราชสีมา

สดจากสนามข่าว

พาค้นทองของกลาง

ตำรวจนำตัวมาเค้นสอบจนยอมเปิดปากให้การรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจี้ชิงทองจริง เพื่อต้องการนำเงินมาใช้เป็นทุนในการปลูกกัญชาขาย โดยคิดแผนขึ้นทั้งหมดภายในวันเดียวแล้วก็ลงมือ ก่อเหตุทันที ขณะก่อเหตุยังได้แกล้งทำเป็นเดินขาเป๋เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เป็นการเบี่ยงเบนไม่ให้ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยและเพื่อทำให้ตำรวจตามสืบคดีได้ยากขึ้น

ส่วนสร้อยคอทองคำที่จี้มาได้เอาไปฝังดินไว้ที่ป่ามันสำปะหลังใกล้กับมหาวิทยาลัยที่ตัวเองเรียนอยู่ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนปลอม โดยหลังคนร้ายเปิดปากรับสารภาพ ตำรวจได้พาไปค้นของกลางได้ทองรูปพรรณกลับมาเพียง 4 เส้น โดยอีกเส้นหนึ่งคนร้ายได้เผาหลอมละลายกลายเป็นก้อน อ้างว่าเพราะอยากทดลองบางอย่าง นอกจากนี้ยังพบมือถือ หมวกกันน็อก เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ และรถมอเตอร์ไซค์ที่ขโมยมา เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์กับข้อหาลักทรัพย์” คือรถจักรยานยนต์ของคนตกปลา

เหตุผลในการก่อเหตุช่างน่าบ้องหูเสียจริงๆ

 

ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

เกษม ชนาธินาถ – เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน