30ปีเส้นทางบันเทิง‘ขวัญ’คุ้มค่าทุกช่วงชีวิต
อาทิตย์ใส
คร่ำหวอดอยู่วงการบันเทิงมานาน เข้ามาตั้งแต่ 3-4 ขวบ จนตอนนี้อายุ 34 ปีแล้ว สำหรับนางเอกสาว ‘ขวัญ’ อุษามณี ไวทยานนท์ โดยวันนี้จังหวะดีได้พูดคุยกับนางเอกสาวถึงชีวิตในวงการบันเทิงและการทำธุรกิจ รวมถึงเรื่องของหัวใจ
เข้าวงการมาตั้งแต่เด็ก ได้รับบทตัวเอกบทนางเอกมาตลอด รู้สึกยังไงบ้างที่ผู้ใหญ่เอ็นดูและมอบบทดีๆ ให้?
ขวัญ – “ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกๆ คนเลยค่ะ มันเหมือนว่าตอนเด็กๆ ที่เราได้รับบท เอบีซีดี เราก็ไม่ทราบว่าตัวไหนมีความสำคัญมากน้อย เราก็แค่ทำงาน บทที่เล่นมันคือสิ่งที่เราจะต้องรับผิดชอบ ต้องทำ มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันเหมือนว่าเลิกจากโรงเรียนครึ่งวันก็ไปกอง เลิกจากกองครึ่งวันแล้วก็ไปเรียน ใช้ชีวิตสวิตช์ กันอยู่อย่างงี้ เลยไม่รู้สึกว่าเป็นการทำ งานเลย”
“กระทั่งตอนโตที่มารับบทนางเอกก็เริ่มมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากขึ้นจากคนภายนอก แต่คนภายใน พี่ๆ ทีมงานที่กอง นักข่าวทุกคนก็ยังเหมือนเดิม เราสนุกที่ไปกอง ได้ทานอาหารกอง ชอบทานอาหารกองถ่าย และเป็นคนชอบอยู่กับผู้ใหญ่ตั้งแต่เด็ก เวลาไปกองถ่ายอยู่กับสังคม เจอคนหน้าเดิมๆ ก็เหมือนไปเจอพี่ป้า น้าอาคนที่คุ้นเคย สนุกดี ขวัญชอบ ไม่ได้รู้สึกว่าไปทำงาน รู้สึกว่าไปเล่น”
ทำงานมาตั้งแต่เด็ก มีความรู้สึกว่าชีวิตช่วงวัยเด็กขาดหายไปไหม หรือมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำเหมือนที่เพื่อนๆ ในวัยเดียว กันทำ?
ขวัญ – “จะบอกว่าเด็กวัยนั้น ไม่มีใครทันขวัญเลย คือขวัญทำหมด เรียนก็เรียนหมด เที่ยวก็เที่ยวหมด ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดต่างประเทศไปที่นั่นที่นี่ก็คือไปจากกองละคร มาจากการที่คุณพ่อคุณแม่ปลูกฝังให้เรามองแบบนี้ อย่างขวัญอยู่ที่โรงเรียนขวัญมีเพื่อนกลุ่มที่สนิทก็คุยกันตลอด หนีเรียนขวัญก็หนี ตั้งใจเรียนขวัญก็ทำ เรียกว่าขวัญเป็นคนที่ใช้ชีวิตคุ้มในทุกช่วงชีวิต ไม่ได้รู้สึกขาด ขวัญรู้สึกว่าเต็มทุกช่วงชีวิตด้วยซ้ำ”

เรียกว่าได้เปรียบเด็กรุ่นเดียวกันได้หรือเปล่า?
ขวัญ – “ขวัญไม่ได้คิดว่าได้เปรียบ เพราะการใช้ชีวิตของคนเราคืออะไรที่มันตอบโจทย์สำหรับเรามากกว่า สมมติถ้าเพื่อนมาใช้ชีวิตแบบขวัญ เขาก็คงไม่ชอบ อย่างขวัญไปใช้ชีวิตแบบเพื่อน ขวัญก็คงไม่ชอบ ช่วงเวลาชีวิตขวัญน่ะเต็มที่ ขวัญชอบชีวิต ของขวัญ”
เป็นนางเอกแถวหน้าชื่อเสียงโด่งดัง ถามจริงๆ ว่ามีช่วงที่หลงระเริงไปกับมันไหม?
ขวัญ – “ไม่หลงเลยค่ะเพราะแม่ดึงตลอด แม่ตบตลอด ขวัญเป็นลูกคนเล็ก เติบโตมาโดยไม่มีพี่เลี้ยง คุณพ่อคุณแม่จะผลัดกันเลี้ยง แล้วคุณพ่อขวัญเป็นตำรวจ เวลาว่างเขาก็จะพาไปทานข้าว จะคุยจะสอน จะยกตัวอย่างให้ดู เราอยู่ในกองถ่ายสังคมเยอะคนเยอะ มีตัวอย่างคนโน้นเล่า คนนี้เล่า พ่อสอนแม่สอน ก็เลยทำให้เราเป็นคนที่ไม่มีผลประโยชน์รอบตัวอยู่กับเรา ก็เลยสอนให้เราอยู่ในโลกของความเป็นจริงในสังคม ไม่ได้หลงอยู่ในกระแสสังคมหรือภาพหรือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาปั้นขวัญ”
มีอยู่ช่วงหนึ่งมีข่าว ขวัญ อุษามณี ผิดใจกับคนในวงการหลายคน ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?
ขวัญ – “ไม่ได้เกิดอะไรเลยค่ะ ก็ตามกระแส เพราะต้องยอมรับว่าพี่ๆ นักข่าวหรือตามสื่อ เราทำงานกันไม่ได้ ถ้าไม่มีกระแส เราทำงานกันไม่ได้ ถ้าพาดหัวข่าวแล้วไม่มีคนสนใจ ไม่มีคนอยากดู แต่ขวัญก็อยู่มายาวนานและอยู่รอดมาจนปัจจุบัน อย่างที่ผ่านมาเราเป็นสังคมน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ขวัญทำในสิ่งที่ดีที่สุด รู้จักหน้าที่เรา พี่นักข่าวก็ทำหน้าที่เขา เราก็ตอบในสิ่งที่ไม่ทำร้ายใคร”
ไม่ใช่แค่กับคนอื่นที่มีกระแสข่าวว่าทะเลาะ กับคุณแม่เองเราก็ดื้อด้วย อยากอธิบายถึงเรื่องนี้ไหม?
ขวัญ – “ก็ไม่ได้อยากพูดถึง คือมันเป็นเรื่องราวในชีวิต อย่างสมมติถ้าเราเป็นคนปกติ ก็คงไม่อยากให้คนอื่นทราบว่าเราทะเลาะกับคุณแม่ยังไง ด้วยภาระหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบเราก็ต้องทำไป แต่สายสัมพันธ์กับแม่และลูกมันก็ตัดกันไม่ขาด”
แต่พอเวลาเปลี่ยนไป หลายคนชมว่าขวัญในเวอร์ชั่นนี้คือดีและโตขึ้นมาก?
ขวัญ – “ทุกคนต้องโตขึ้น ถามว่าเปลี่ยนไปไหม ก็เป็นคนที่ใจดีมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนขวัญจะเป็นคนโกรธคนง่ายแล้วก็ให้อภัยคนง่าย แต่ปัจจุบันขวัญเป็นคนที่ใจดีขึ้น เข้าใจขึ้นว่าแต่ละคนอาจจะไม่ดี ขวัญก็จะไม่ยุ่ง ขวัญใจดีขึ้นแต่ก็เด็ดขาดมากขึ้นด้วย”
ที่ผ่านมารู้ตัวเองไหมว่าเวลาไปสัมภาษณ์กับสื่อ มักมีวลีที่เป็นไวรัล ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์?
ขวัญ – “ขวัญน่ะพูดไปตามธรรมชาติ อย่างเช่นที่ขวัญพูดถึงบ้านเบี้ยวที่เราแต่งแอพฯ คือเราทำให้ตัวเราสวย ไม่ได้ทำให้บ้านสวย เราอยู่วงการมานาน สุดท้ายสิ่งที่มีค่าที่สุดคือความจริง ไม่ว่าจะยังไง ความจริงมันปกป้องเรา แล้วขวัญเป็นผู้หญิงที่อยากสวย เวลาพวกพี่ถามว่าขวัญใช้แอพฯ ขวัญก็อายนะ แต่สมองขวัญประมวลแล้วว่า อายไม่เป็นไรหรอก แต่มันเป็นธรรมชาติ คือเราเป็นผู้หญิงที่อยากสวย มีใครถ่ายรูปแล้วทำให้ตัวเองน่าเกลียด ไม่มี ก็ยอมรับไปตรงๆ ดีกว่ามาโดนนั่งจับผิดทีหลังแล้วมันเครียด ให้คนรู้ ไปเลยว่าขวัญเป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งแอพฯ คือขวัญผิวขาว แต่บางทีเห็นขวัญผิวสีแทนคือขวัญใส่ฟิลเตอร์”
หลายคนก็บอกว่าสวยอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องแต่ง?
ขวัญ – “ขอบคุณนะคะ รักมาก ชมว่าสวย คืออันนี้มันเป็นความสุขขวัญ เราอยู่ในร่างกายเรามา 34 ปี บางทีก็เบื่อ ผิวขาวแล้วก็อยากผิวแทนบ้าง ก็ปรับเปลี่ยน ขวัญสนุกในการทำทุกอย่าง”
ที่ผ่านมาความรักของ ขวัญ อุษามณี ก็เป็นที่ถูกจับตามองมาตลอด ตอนนี้คนคนนี้เป็นยังไงบ้าง?
ขวัญ – “ก็ดีค่ะ ขวัญทำงานหนัก ก็อยากมีความรักที่ดีเหมือนคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งการที่เราใจดีมากขึ้นและเด็ดขาดมากขึ้นมันช่วยทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต เราอยู่ตรงนี้เราเจอคนหลายแบบ คนไหนที่เข้ามาเป็นเพื่อนจริงหรือเพื่อนปลอม เราเจอคนมาหลายประเภท หรือแม้กระทั่งเรื่องธุรกิจการดีลกับคน รวมถึงเรื่องความรักด้วย ยิ่งหัวใจๆ เดียวมันเป็นหัวใจที่เปราะบาง เราก็ต้องควรเลือกคนที่คู่ควรกับหัวใจของเรา ถ้าเขาโอเคดีกับเรา เราก็รักเขาเต็มที่ แต่ถ้าวันใดวันนึงเขาไม่ดีหรือไม่รักเรา ขวัญก็ต้องรักตัวเองก่อน เพราะขวัญเกิดมาไม่ได้มีเขาอยู่ข้างๆ ขวัญ เราก็แค่หาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่ขวัญจะบอกพี่ๆ ทุกคนว่าเขาคือใครในวันแต่งงานค่ะ ไม่งั้นจะไม่บอก”
คนมองเข้ามา ขวัญเพอร์เฟ็กต์ทุกอย่าง แต่เรื่องความรักอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร คิดแบบนั้นหรือเปล่า?
ขวัญ – “ขวัญคิดว่าขวัญประสบความสำเร็จนะคะ เพราะ ถ้าขวัญไม่ประสบความสำเร็จ ขวัญคงแต่งงานและขวัญคงเลิกไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ขวัญยังอยู่เพราะขวัญรู้จักเลือก ขวัญไม่ได้ว่าชีวิตใคร คือแต่ละคนก็มีความสมบูรณ์ในแบบของเขา แต่สำหรับขวัญ ขวัญต้องการเลือกให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งตอนนี้ขวัญว่า มันเพอร์เฟ็กต์”
ผู้ชายแบบไหนที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิต?
ขวัญ – “ก็ต้องเป็นเหมือนคุณพ่อที่ขวัญพูดมาตลอด ไม่ใช่แค่ด้านเดียวที่เหมือนคุณพ่อ คือโดยรวมทั้งหมด เป็นรากฐานชีวิตของขวัญเลยคือความรักบริสุทธิ์ที่คุณพ่อมีให้คุณแม่ และเขาอยู่ได้ในทุกสถานะทั้งสามี เพื่อน พี่ พ่อ เป็นคนที่ดูแลขวัญด้วยและดูแลคุณแม่ด้วย เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นสามีขวัญ จะต้องเป็นให้ได้ครึ่งหนึ่ง คือไม่ต้องให้เท่าคุณพ่อหรอก เพราะมันคงยาก ขอให้ได้ครึ่งหนึ่งพอ ถ้าไม่ได้ครึ่งหนึ่งขวัญก็อยู่คนเดียวได้ เพราะขวัญเลี้ยงดูแลตัวเองได้”
เคยบอกว่าถ้าแต่งงานแล้วจะเฟดตัวออกจากวงการ ความคิดนี้ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ไหม?
ขวัญ – “เหมือนเดิมค่ะ ทุกวันนี้ขวัญทำงานหนักเหนื่อย ไม่ได้นอนไม่ได้พักผ่อนไม่ได้ไปเที่ยว เพราะต้องการทำให้ชีวิตมั่นคงขึ้น ขวัญเป็นคนขี้เกียจ แต่ถามว่าขี้เกียจแล้วทำไมต้องเร่งทำงานตอนนี้ เพราะขวัญมีลิมิตในการใช้ชีวิตว่าอยากทำงานถึงอายุเท่าไหร่ แล้วอายุเท่าไหร่ที่จะหยุดจะพอ ให้ธุรกิจมันไปต่อ แล้วช่วงนี้เป็นช่วงที่ขวัญคัดกรองคนว่าจะให้ใครมาดูแลบริษัทและธุรกิจของขวัญต่อ”
“ซึ่งธุรกิจของขวัญตอนนี้ก็จะมี uzi cosmetic (ยูซี่ คอสเมติก) ทุกโปรดักต์มาจากอินเนอร์ตัวขวัญ มีทั้งลิปสติก แป้ง เมจิกเขียนคิ้ว แอลกอฮอล์ สกินแคร์ แล้วก็มีตัวบำรุงจากข้างในคือไฟเบอร์ my fiber by uzi ปกติคนอื่นจะเป็นดีท็อกซ์อย่างเดียว แต่ของขวัญจะเพิ่มดีท็อกซ์ซึ่งเอามาจากยุโรป และจะใส่เรื่องผิวไปด้วยคือ SDO จากตัวเมล่อน คือเราทำเองกินเอง ใช้เองก็เลยต้องการเยอะ”
“และนอกจากบิวตี้แล้ว ก็มีบริษัทแม่บ้านทำความสะอาดครบวงจร แล้วก็จะเปิดร้านทำเล็บด้วย ฝากทุกคนติดตามด้วยนะคะ ทุกชิ้นทุกงานขวัญทำจากความตั้งใจค่ะ”
อชริญา บุญชู