น่าสนใจอย่างสิ่งสำหรับปฏิกิริยาของสังคมจากเหตุการณ์ไฟไหม้ผับชลบุรี จนมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 15 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบคน
ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความเสียใจในการสูญเสียครั้งนี้เท่านั้น แต่กลับเพิ่มเติมด้วยความรู้สึกโกรธเคืองไม่พอใจที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำได้อีกหลังจากเหตุซานติก้าผับเมื่อ 10 กว่าปีก่อน
เท่ากับว่าไม่ได้เรียนรู้ หรือปรับตัว ปรับมาตรการอะไรเพื่อป้องกันเหตุสูญเสียพวกนี้เลย
เพราะแม้จะยังไม่ได้สรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไรกันแน่
แต่ที่รู้ๆ กันอยู่คือสถานบริการ ดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาต แล้วเปิดบริการได้อย่างไร แถมยังเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
เจ้าหน้าที่ที่ควรดูแลรับผิดชอบ ไม่ทราบเลยเหรอ?!!
ไม่เพียงแค่นั้นยังผิดชัดๆ ในเรื่องพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ไม่ว่าจะเป็นทางหนีไฟ การเข้าออกฉุกเฉิน ที่บอกว่าถูกปิดล็อก วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ควรจะลามไฟ ชนิดกระจกที่ใช้ รวมทั้งอุปกรณ์ดับเพลิงที่ควรมี
ทั้งหมดไปอยู่ไหน ใครอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลง แล้วผ่านการ ตรวจงานมาได้อย่างไร!??
และที่สังคมโกรธมากกว่านั้นก็คือ เพียง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุที่ถูกตั้งคำถามถึงความละเลยการทำงานของ เจ้าหน้าที่รัฐถี่ยิบ
ไม่ว่าจะเป็นคานสะพานกลับรถที่ กรมทางหลวงซ่อมแซมตกลงมาทับคนเสียชีวิต
ซึ่งต้องตั้งคำถามว่าเป็นความประมาทเลินเล่อ หรือสะเพร่าของ ผู้คุมงานก่อสร้างหรือไม่
เหตุกราดยิงด้วยอาวุธสงครามที่สถานบันเทิง จ.อุบลราชธานี ที่ทำไมอาวุธปืนสงครามถึงหาได้ง่ายดาย ยิ่งกลุ่มคนที่ก่อเหตุเป็นขาใหญ่ในพื้นที่ แล้วตำรวจไม่มีข้อมูล หรือไม่ควบคุมดูแลเลยเหรอ
เหตุหลังคาด่านมอเตอร์เวย์ถล่ม พังลงมาหลังเกิดฝนตกหนัก ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจัดซื้อจัดจ้างกันอย่างไร หลังคาถึงทนฝนไม่ได้ขนาดนั้น
ทั้งหมดแล้วเป็นความรู้สึกว่า เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลย ไม่ได้ดูแลกวดขันเท่าที่ควร
เกียร์ว่างกันทุกองคาพยพ!!!
และอดไม่ได้ที่จะต้องตั้งคำถามถึงรัฐบาลที่พร่ำบอกตลอดว่าดูแลสั่งการทั่วถึงว่าแค่พูดหรือทำแล้วจริงๆ
รุก กลางกระดาน