เอเอฟพีรายงานวันที่ 7 ส.ค. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในฉนวนกาซ่า ที่ยืดเยื้อมานาน 3 วัน หลังจากกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีตั้งแต่วันศุกร์ที่ 5 ส.ค. เพื่อตอบโต้กองกำลังติดอาวุธของปาเลสไตน์ภายหลังระดมยิงขีปนาวุธใส่พื้นที่พิพาท ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 31 ราย และอีก 265 คนได้รับบาดเจ็บ
ด้านกองกำลังฮามาสของปาเลสไตน์กล่าวประณามกองทัพอิสราเอลและว่ามีเด็กอย่างน้อย 6 รายสังเวยความก้าวร้าวของอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลระบุว่ามีหลักฐานชี้ชัดว่าจรวดจากกลุ่มติดอาวุธอิสลามิกจีฮัดของปาเลสไตน์ พันธมิตรของกองกำลังฮามาส อยู่เบื้องหลังการ เสียชีวิตของเด็กหลายรายในเมืองจาบาเลีย ทางตอนเหนือของฉนวนกาซ่า

นองเลือด – ชาวปาเลสไตน์แห่โลงศพของผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีในพื้นที่ฉนวนกาซ่า รวมถึงนายคาห์เลด มานซูร์ ผู้บัญชาการระดับสูงของอิสลามิกจีฮัด ท่ามกลางวิกฤตปะทะยืดเยื้อ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 31 ราย และเจ็บกว่า 265 คน (เอเอฟพี)
กองทัพอิสราเอลเตือนว่าการโจมตีอาจนานต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ และจำเป็นต้องเปิดปฏิบัติการทางทหารเพื่อปิดล้อมกองกำลังอิสลามิกจีฮัดซึ่งกำลังวางแผนโจมตีต่อเนื่อง หลังเกิดความตึงเครียดตามแนวชายแดนฉนวนกาซ่าหลายวันก่อนหน้านี้ วันเดียวกันหน่วยกู้ภัยของปาเลสไตน์ยังเร่งค้นหานายคาห์เลด มานซูร์ ผู้บัญชาการระดับสูงของอิสลามิกจีฮัด ซึ่งมีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าถูกขีปนาวุธของอิสราเอลยิงถล่มจนเสียชีวิต โดยผู้บัญชาการภารกิจกองทัพอิสราเอลระบุในแถลงการณ์ว่าผู้นำระดับสูงของกลุ่มติดอาวุธอิสลามิกจีฮัดในกาซ่าถูกสังหารแล้ว
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากองกำลังอัลกุดส์บริเกดส์ หนึ่งในกลุ่มติดอาวุธของปาเลสไตน์ ระบุในแถลงการณ์ว่ายิงจรวดหลายลูกใส่กรุงเยรูซาเลม ไม่นานหลังจากมีการเปิดสัญญาณเสียงการโจมตีทางอากาศ จากนั้นมีเสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่องหลายครั้ง และเป็นครั้งที่ กรุงเยรูซาเลมตกเป็นเป้าโจมตีในการปะทะครั้งนี้