‘มะเร็ง’ เป็นหนึ่งในสาเหตุเสียชีวิตของคนจำนวนมาก และจนถึงปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนของการเกิดโรคมะเร็ง สิ่งที่ทำได้คือหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย รวมถึงเข้าตรวจเช็กเป็นประจำ
อย่างไรก็ดี พญ.อัญวีณ์ เกียรติอติพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน ได้เสนอแนวทางดูแลสุขภาพแบบ “Innovative Synergy Health Solution” เป็นการรวมศาสตร์ 3 ด้านเข้าด้วยกัน เพื่อเน้นการปรับไลฟ์สไตล์ให้ห่างไกลโรคด้วยตัวเอง ได้แก่ 1.Preventive Medicine (เวชศาสตร์ป้องกัน) 2.Anti-Aging Nutrition เวชศาสตร์ชะลอวัยที่เน้นเรื่องโภชนาการ และ 3.Aesthetic Medicine โดยเน้นเรื่องความงามแบบองค์รวมจากภายในสู่ภายนอก

โดย พญ.อัญวีณ์กล่าวว่า การป้องกันการเกิดมะเร็งนั้นต้องใช้องค์ความรู้หลายๆ ศาสตร์ร่วมกัน ทั้งนี้ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพลำไส้ เพราะลำไส้คือ สมองที่ 2 ของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของคนเราส่วนหนึ่งขึ้นกับสุขภาพของลำไส้ที่จะส่งผลต่อร่างกายทั้งระบบแบบองค์รวม พฤติกรรมการกินอาหารจึงสามารถเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพของเราได้ เรียกง่ายๆ ว่า You are What You Eat นั่นเอง
ดังนั้น เราควรเริ่ม ‘กินอาหารให้เป็นยา จะได้ไม่ต้องกินยาเป็นอาหาร’ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งตั้งแต่วันนี้”
พญ.อัญวีณ์กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับผู้ป่วยมะเร็งมาหลายสิบปี จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะผสานองค์ความรู้ด้านต่างๆ มาคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ต่อยอดเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง ซึ่งอาจเป็นตัวผู้ป่วยมะเร็งเองหรือเป็นผู้ดูแลใกล้ชิดผู้ป่วย จึงได้ก่อตั้ง “Happy Chemo Club” ขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่ใช้ในการพูดคุย สร้างแรงบันดาลใจ คอยส่งกำลังใจ และส่งความรู้ที่ถูกต้องให้กับผู้ป่วยมะเร็งรวมถึงผู้ดูแลผู้ป่วยทุกคน และสนับสนุนโครงการ ‘บันทึกพิชิตมะเร็ง’ โดย Art for Cancer by Ireal ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ ผนวกด้วยการส่งกำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่อย่างเข้าใจและเข้มแข็ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวจับมือกันเผชิญโรคมะเร็งไปได้อย่างไม่โดดเดี่ยวและราบรื่น

พญ.อัญวีณ์กล่าวว่า สำหรับ Happy Chemo Club เป็นพื้นที่เปิดกว้างให้ทุกคนมาร่วมแชร์ประสบการณ์ แบ่งปันกำลังใจให้ผ่านช่วงเวลาเผชิญโรคมะเร็งไปได้อย่างมีความสุขที่สุด การมีคนรับฟัง เข้าใจ และได้รู้ว่ามีคนคอยส่งกำลังใจ คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ คือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากของผู้ป่วยมะเร็ง ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าผู้ป่วยมะเร็งมีความเจ็บป่วยทางกายร่วมกับความวิตกกังวลในใจ และจะช่วยส่งพลังใจไปคอยโอบอุ้มให้สามารถก้าวผ่านกระบวนการรักษาด้วยคีโมซึ่งเป็นจุดที่ยากที่สุดไปได้อย่างมีความสุข
พญ.อัญวีณ์กล่าวอีกว่า “อยากให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพดีแบบยั่งยืน จึงสนับสนุนให้ปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเกิดโรค และได้แนะนำให้ใช้การผสานศาสตร์ที่ตนสนใจในรูปแบบ Innovative Synergy Health Solution ให้ความรู้แก่ประชาชน ผ่านช่องทาง “หมอจ๋า พาเติมสุข refill to the fullest” ที่ทุกคนสามารถเข้าไปหาข้อมูลต่างๆ ได้ในทุกช่องทางออนไลน์”

พญ.อัญวีณ์กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งมีแรงสู้ในระหว่างการรักษานอกจากกำลังใจแล้วคือ กำลังกายที่ได้จากโภชนาการที่ดี เนื่องจากเซลล์มะเร็งจะมีการหลั่งสารบางอย่างที่ทำให้ผู้ป่วยกินได้น้อยลง ทำให้ขาดพลังงานและผอมแห้ง ภูมิคุ้มกันตก ซึ่ง สารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งนั้นก็คือ ‘โปรตีน’ โดยจะมีความต้องการมากกว่าคนปกติถึง 1.5-2 เท่า (คนปกติต้องการโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน)
เมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยการผ่าตัด ฉายแสง หรือเคมีบำบัดหรือคีโม ร่วมกับความเครียด ก็ยิ่งทำให้ผู้ป่วยกินอาหารได้น้อยลงอีก จึงเป็นสาเหตุให้ปริมาณโปรตีนในร่างกายลดลง ปริมาณเม็ดเลือดชนิดต่างๆ ก็จะต่ำลง หากมาถึงจุดที่ค่าเลือดไม่ผ่านก็จะทำให้รับการรักษาต่อไปไม่ได้ จะต้องเว้นและเลื่อนเวลารับเคมีบำบัดออกไป โดยในช่วงที่เว้นการรักษานี้ก็จะเปิดโอกาสให้มะเร็งลุกลามรุนแรงขึ้นได้ หากผู้ป่วยมะเร็งมีภาวะโภชนาการที่ดีจะทำให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องครบถ้วนตามเวลาและได้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด
นอกจากนั้นยังมีสารอาหารที่สำคัญอีกสองอย่าง คือ ‘Sunfiber’ นวัตกรรมใยอาหารโลกใหม่ มีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก (Prebiotic) คือเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และ ‘Suntheanine’ สารอาหารบำรุงจิตใจ ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด มีสมาธิและมีความสุขเพิ่มขึ้น จึงสามารถผ่านการรักษาโดยเคมีบำบัด (Chemo) ไปได้แบบแฮปปี้

ถึงแม้ปัจจุบันการแพทย์จะพัฒนาก้าวหน้าไปมาก แต่ “มะเร็ง” ยังเป็นโรค ที่มีความลับซ่อนอยู่อีกมากมาย ยังมีอีกหลายแง่มุมที่การแพทย์พยายามศึกษาเพิ่มเติมแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ และยังไม่มี การรักษาใดที่การันตีได้ว่าจะหาย 100% ไปตลอดชีวิต
การปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด การรู้จักดูแลตนเองและคนที่เรารักให้ถูกวิธีด้วยการรับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีไม่มีมลพิษ หลีกเลี่ยงการเอาสารพิษต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อทำเป็นประจำทุกวันจนเป็นนิสัยก็จะรักษาภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง สามารถตรวจจับเซลล์ที่มีความผิดปกติและกำจัดทิ้งได้ตั้งแต่แรกเริ่ม และลดความเสี่ยงการเปิดยีนมะเร็งในร่างกายของเราได้
ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสนับสนุนให้คนไทย “กินอาหารให้เป็นยา ก่อนจะต้องกินยาเป็นอาหาร” เพื่อให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน