เครือข่ายกล้องวงจรปิด นับว่ามีประโยชน์อย่างมากทั้งในการคลี่คลายคดีอาชญากรรม หรือแม้แต่การตามหาตัวบุคคล
ย้อนไปเมื่อ 18.00 น. วันที่ 7 ส.ค. 2565 พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก. พร้อม พ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองมะขามเตี้ย ถนนเลี่ยงเมืองสุราษฎร์ธานี หมู่ที่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งของโรงพักเมือง สืบจังหวัด สืบภาค 8 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระดมสืบหาตัว น.ส.ณพัชญ์ปภา ทองตะกุก อายุ 35 ปี บุตรสาวของ พ.ต.อ.พิมล ทองตะกุก อดีต ผกก.สภ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ที่หายตัวไปพร้อมนางบรรจง กิตติพงศากร อายุ 66 ปี มารดา ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา
สาเหตุที่ตำรวจมาตรวจสอบที่จุดดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อ วันที่ 3 ส.ค. พ.ต.อ.พิมลพร้อมญาติเข้าแจ้งความว่าบุตรสาวหายตัวไป หลังขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนค้า แอคคอร์ด สีขาว ทะเบียน กว-2511 สุราษฎร์ธานี ไปรับมารดาที่ร้านอาหารเตาถ่านในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อที่จะกลับบ้านพักในซอยภูธร 8 ถ.พ่อขุนทะเล อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เวลา ประมาณ 21.40 น. ของวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา

ครอบครัวเชิญวิญญาณ
หลังจากรับแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนระดมกำลังติดตามค้นหาและไล่กล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าเป็นเส้นทางที่ใช้ จนได้ภาพวงจรปิดรถเก๋งคันดังกล่าวตามจุดต่างๆ จึงนำข้อมูลมาปะติดปะต่อกันเพื่อสร้างไทม์ไลน์
เจ้าหน้าที่ไล่เช็กจนทราบไทม์ไลน์ว่า เวลา 21.40 น. น.ส.ณพัชญ์ปภา จอดรถเก๋งรับมารดาที่หน้าร้านอาหารเตาถ่าน ถ.ตลาดใหม่ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จากนั้นขับรถไปทางถนนศรีวิชัย ผ่านแยกวัดโพธิ์ ผ่านโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ในเวลา 21.41 น. และเลี้ยวซ้ายที่แยก ก.ม.3 ในเวลา 21.42 น. ก่อนจะวิ่งมาถึงสี่แยกตาปานในเวลา 21.45 น. จากนั้นรถเก๋งเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเลี่ยงเมือง ขับมุ่งหน้าไปทางสี่แยกบางใหญ่ โดยพบภาพในกล้องวงจรปิดล่าสุดบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองมะขามเตี้ยในเวลา 21.46 น. โดยรถเก๋งดังกล่าวขับตรงไปจุดกลับรถใต้สะพาน ซึ่งใกล้จะถึงบ้านพักอยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือตลอดเวลาที่ขับรถมาน.ส.ณพัชญ์ปภาไม่ได้เปิดไฟหน้ารถ เมื่อมาประกอบกับจุด ดังกล่าวไม่มีไฟส่องทางถนนจึงมืดมาก คาดว่ารถพุ่งชนปีนขอบทาง (ฟุตปาธ) อย่างแรงจนรถกระเด็นกระดอนพุ่งตรงลงคลอง
ตัดกลับมาที่การค้นหา เจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณขอบฟุตปาธมี ร่องรอยเฉี่ยวชน ภายหลังนักประดาน้ำลงดำค้นหาไม่นานก็พบรถเก๋งจมอยู่ใต้น้ำ แต่กว่าจะนำรถขึ้นมาได้เวลาก็ผ่านล่วงเลยไปกระทั่งเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่จึงสามารถกู้ซากรถขึ้นมาจากคลองได้สำเร็จ ตรวจสอบสภาพด้านหน้ามีรอยชนได้รับความเสียหาย เมื่อเปิดพบศพแม่ลูกทั้ง 2 รายนอนกองอยู่ที่เบาะด้านหลัง ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของครอบครัวที่มารอดูอยู่ด้วยใจระทึก

กู้ซากรถขึ้นจากคลอง
พ.ต.อ.นิพลเผยอีกว่า ล่าสุดจากการตรวจสอบช่วงเวลาและเส้นทางในวันเกิดเหตุไม่ผิดปกติอะไร แต่เป็นไปได้ว่าตรงบริเวณจุดกลับรถที่เกิดเหตุจะมืดมาก เมื่อผู้ตายมาถึงอาจจะเกิดอุบัติเหตุชนเข้ากับฟุตปาธ แล้วเกิดตกใจจะเหยียบเบรกแต่เป็นเหยียบคันเร่งแทนทำให้รถพุ่งตกคลองดังกล่าว ทั้งนี้ หลังพบศพพนักงานสอบสวนได้เรียกญาติและกลุ่มเพื่อนสนิทของน.ส.ณพัชญ์ปภา 4-5 คนมาสอบปากคำ ทราบว่าในวันเกิดเหตุเจ้าตัวนั่งคุยอยู่กับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนานอารมณ์ดี ก่อนที่จะขอตัวไปรับแม่กลับบ้านไปพร้อมกัน และจากการสอบถามสามีของน.ส.ณพัชญ์ปภาก็รออยู่ที่บ้านพัก และไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกัน ทั้งนี้ ทางญาติของผู้ตายไม่ติดใจอะไรเกี่ยวกับการเสียชีวิตของทั้งคู่แต่อย่างใด

น.ส.ณพัชญ์ปภา ทองตะกุก
ขณะที่การสอบสวนหาสาเหตุของการที่รถเก๋งตกลงไปในคลอง เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตร โดยละเอียดที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี พร้อมให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 8 เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาสรุปว่าเหตุสลดครั้งนี้จะเป็นอุบัติเหตุหรือมีสาเหตุอื่นใดซุกซ่อนอยู่หรือไม่
ด้วยประโยชน์มหาศาลของกล้องวงจรปิด จึงไม่แปลกใจที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ผลักดันอย่างสุดตัวผ่านโครงการ “สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0” เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
สุรชัย ส้มเกลี้ยง / ธนภัทร ชีระจินต์
เรื่อง/ภาพ