พระเอกมาดเซอร์ ‘พีช’ พชร จิราธิวัฒน์ มีผลงานแสดงภาพยนตร์มาให้แฟนๆ ชมกัน กับภาพยนตร์เรื่อง “ใจฟู..สตอรี่” ผลงานการกำกับฯ ของ ‘ตุ๋ย’ พฤกษ์ เอมะรุจิ โดยวันนี้เจ้าตัวเปิดใจถึงบทบาทในภาพยนตร์ รวมถึงผลงานชิ้นอื่นๆ และไม่พลาดอัพเดตเรื่องหัวใจ

บทบาทของเราในหนัง ใจฟู..สตอรี่ เป็นอย่างไร?
พีช – “ในเรื่องเล่นเป็นเดี่ยว คนเขียนบทภาพยนตร์ รอคุณแม่ หน้าห้องไอซียูในร.พ. และมีงานพ่วงมาด้วย ต้องเขียนบทต่อให้เสร็จ แล้วต้องเขียนหนังรัก ซึ่งสถานการณ์ของตัวละครไม่น่าจะเขียนได้ และก็จะมีตัวละครอีกตัวคือ บัว แสดงโดยมินนี่ ภัณฑิรา เป็นคนที่มารอคนในครอบครัวที่หน้าห้องไอซียูเหมือนกัน แล้วคนไปเฝ้าไข้มีจุดที่ต้องคุยกัน เพราะเห็นหน้าทุกวัน พอผ่านจุดหนึ่งก็ได้คุยมากขึ้นและเขาก็อยากจะรู้บทหนัง เลยเกิดการแชร์กัน พอมันเล่าก็เกิดเป็นหนังเรื่องของคนอื่นขึ้นมา เรื่องราวของผมอยู่แค่ในร.พ. ตอนเล่นรู้สึกลำบาก เพราะตัวละครต้องนั่งเฉยๆ ทั้งเรื่องไม่มีฉากทำโน่นนี่นั่น หรือไปโลเกชั่นอื่น พื้นที่โดนจำกัดมาก แล้วมีเก้าอี้อยู่ข้างหน้าอีกแถว ก็สนุกไปอีกแบบ”

คาดหวังกับหนังเรื่องนี้อย่างไร?
พีช – “ไม่ได้คาดหวังในพาร์ตตัวเอง มันเป็นภาพยนตร์ที่เรา ทำงานร่วมกัน เพราะทุกพาร์ตมันต่อกัน พาร์ตของผมเป็นจิ๊กซอว์ทำให้เกิดพาร์ตอื่นๆ ตามมา มันต้องหวังให้ทุกเรื่องไปด้วยกัน อยากให้ไปดู ใจฟู..สตอรี่ เป็นหนังที่มีรีเลชั่นชิพที่ไม่ใช่แค่ฉันชอบเธอ เธอชอบเขา แต่เป็นหนัง ที่เราจะคิดกับตัวเองว่าดีจังที่เรามี คนข้างๆ อยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม เพราะเป็นการพูดถึงความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว รู้สึกว่าถ้าไปดู อย่างน้อยจะรู้สึกว่าดีจังที่เราไม่ได้ อยู่คนเดียว”

นอกจากหนังเรื่องนี้ มีงานอะไรอีกบ้าง?
พีช – “ถ่ายละครรากแก้ว เพิ่งเสร็จ น่าจะได้ดูกันช่วงต.ค. แล้วมีหนังที่ถ่ายเสร็จแล้วจะลงฉายช่วงเดือนต.ค. และเร็วๆ นี้จะเริ่มถ่ายหนังอีกเรื่อง ตอนนี้พอโควิดมันคลาย งานก็จะมีออกมาให้เห็น หลังจาก ใจฟู..สตอรี่ ฉายแล้ว ก็จะมีงานแสดงอื่นๆ ของผมไล่ออนแอร์ตามกันเรื่อยๆ ผมจะมาทุกแพลตฟอร์มครับ (หัวเราะ)”

งานเพลงล่ะ ห่างหายไป?
พีช – “ผมเขียนเพลงประกอบภาพยนตร์มากกว่า ก็สนุกดี”

งานแน่นตลอด?
พีช – “มันเหมือนเป็นงานอดิเรกของเราเลยทำได้ทุกวัน มันสนุก ไม่เบื่อ”

มีวางแผนไหมว่าจะทำงานตรงนี้ถึงเมื่อไหร่ เพราะเราก็มีธุรกิจของครอบครัว?
พีช – “ผมว่าทำได้เรื่อยๆ นะ ถึงบอกว่ามันเหมือนเป็นงานอดิเรกของผม สมมติผมทำงานออฟฟิศ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผมก็ออกไปถ่ายละครได้ ส่วนธุรกิจครอบครัว ที่บ้านผมค่อนข้างใจดี ให้ทำอะไรที่ชอบก่อน ผมยังอยากทำอะไรด้วยตัวเองก่อน ผมอายุยังไม่ 30 ปีเลย ยังมีเวลาเรียนรู้ประสบการณ์อยู่ ยังมีไฟกับงานตรงนี้ เดี๋ยวมันก็คงไปถึงจุดที่ต้องไปทำงานตรงนั้น แต่มันก็สามารถทำควบคู่กันได้ มีความสนุกทั้งคู่”

เรื่องความรักล่ะ?
พีช – “ไม่ยึดติดว่าต้องมี ความรักที่ผ่านมา ให้อะไรเยอะ ทำให้ฝึกตัวเองในการอยู่กับคนอื่นมากขึ้น เข้าใจคนอื่นมากขึ้น สมัยเด็กๆ จะสุดยอดของความเอาแต่ใจ ไม่ว่างคือไม่ว่าง ไม่ผ่อนผันให้ใคร จะสติ๊กโคตรๆ กับ เป้าหมายตัวเอง บางทีก็ลำบากคนอื่น พอถึงจุดหนึ่งเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ต้องเข้าใจคนอื่นด้วย มาตอนนี้ชิลมาก ไม่คร่ำเคร่งขนาดนั้น แต่ก่อนผมคาดหวังในตัวคนอื่นเยอะว่าเขาต้องเป็นแบบนี้แบบนั้น แต่เดี๋ยวนี้คนเราอยากจะเป็นอะไรก็เป็นเถอะ”

การมีความรักแต่ละครั้งโดนจับตาตลอด กดดันไหม?
พีช – “ไม่นะ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้แคร์ขนาดนั้น สุดท้ายแล้วก็คือชีวิตเรา มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จะไปหลบเลี่ยงปฏิเสธก็ไม่ได้ ผลสุดท้ายการเป็นนักแสดงมันเป็นอาชีพ เอาจริงๆ นักแสดงก็คือมนุษย์ คนอื่นมีความรักได้ เราก็มีได้ คนอื่นเสียใจได้ เราก็เสียใจได้ เพราะเราเป็นคนเหมือนกัน”

มีความรักเราจึงเปิดเผย?
พีช – “มันไม่ต้องปิดอะไรครับ รักครั้งใหม่มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ และไม่ได้วางเลยว่าจะเป็น แบบไหน อะไรจะเกิดก็เกิด ถ้าไม่เกิดก็ไม่เกิด ไม่มีคนในแบบที่เราอยากได้หรอก ไปจำกัดกรอบผมว่าไม่ถูก”

ตอนนี้มีหรือยัง?
พีช – “ไม่บอก ผมไม่ปิด แต่ไม่บอก (ยิ้ม) ไม่อยากมานั่งพูดแล้ว ผมมีประสบการณ์มาหลายรอบ ไม่อยากเริ่มใหม่กับประสบการณ์เดิมๆ รู้สึกเหนื่อย สมมติเราบอกว่าคุยกับคนนี้ ก็ต้องตอบคำถามเดิม สมมติมันไม่เวิร์กก็มีหลายๆ คนสะใจกับความเสียใจของเรา หลายคนมีความสุขกับการที่เราไม่มีความสุข ผมว่าไม่แฟร์ แล้วสมมติเราพูดทีหนึ่ง ก็ต้องกลับไปเริ่มใหม่ กลับไปนั่งคิดใหม่ว่ามันไม่เวิร์ก มันรู้สึกแย่ ผมไม่ได้ปกปิดแต่ขี้เกียจพูด แค่นั้นเอง”

เรียกว่าแล้วแต่เห็น?
พีช – “ใช่ บางทีเราคุยกับคนนี้ คนนี้ไปถูกเปรียบเทียบกับคนที่แล้ว คนที่เขาถูกเปรียบเทียบก็รู้สึกแย่ เราไม่ได้อยากเป็นตัวสื่อนำในการทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ แล้วผมจะรู้สึกผิดว่าทำไมเราต้องทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ เลยตัดวงจรด้วยการไม่พูด เห็นก็คือเห็น”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน