ทีมวิจัยจากภาควิชาจริยธรรม มหาวิทยาลัย เอิตเวิช โลรานด์ (เอลเต) ในฮังการี นำเสนอการศึกษาเกี่ยวกับเด็กและการใช้หน้าจอว่า เด็กที่ใช้โทรศัพท์มือถือและอื่นๆ มีสมาธิสั้นก่อนจะใช้อุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว และเด็กสมาธิสั้นต้องได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาระดับความตื่นตัว ผ่านวิดีโอเกมและภาพยนตร์ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วบนมือถือ

ทีมวิจัยให้พ่อแม่เด็กก่อนวัยเรียนอายุ 4 ถึง 6 ขวบ จำนวน 173 คน ตอบแบบสอบถามถึงการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ของเด็ก ตลอดจนปัญหาพฤติกรรม และให้พ่อแม่เด็กตอบแบบสอบถามเดียวกันอีก 3 ปีต่อมา พบว่า เด็กยิ่งวอกแวกตามธรรมชาติมากเท่าไร ยิ่งมีแนวโน้มที่จะใช้อุปกรณ์ดิจิตอลมากขึ้นเท่านั้น

การศึกษาเผยด้วยว่า ปริมาณการใช้มือถือช่วงก่อนวัยเรียนไม่สามารถทำนายปัญหาสมาธิสั้นช่วงวัยเรียนได้ จึงสรุปว่าการใช้มือถือในวัยเด็กไม่ได้ทำให้เด็กมีสมาธิสั้นหรือขาดสมาธิ ต่างจากอย่างอื่น เช่น การดูโทรทัศน์

แต่ทีมนักวิจัยเตือน ถึงการตีความผลลัพธ์นี้ เพราะขาดความสัมพันธ์ด้วยปัจจัยอื่นๆ รวมถึงจำนวนพ่อแม่เด็กที่ตอบแบบสอบถามรอบที่สองมีเพียง 98 คน เหตุผลหลักคือแอพพลิเคชั่นมือถือสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนที่มักพัฒนาและ ไม่ได้กระตุ้นจิตใจเด็กเกินไป เทียบ กับการ์ตูนหรือวิดีโอเกมที่มีความรุนแรงสำหรับเด็กโต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน