การจัดงานวันแม่ของไทย มีขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

ศรีสกุล

ตอบ ศรีสกุล

คำตอบนำมาจากบทความ “เรียงวิวัฒนาการวันแม่และ “ความเป็นแม่” ว่าด้วยคุณค่าที่แปรเปลี่ยนตามสมัย” โดย ปิยวรรณ อัศวราชันย์ เผยแพร่ในเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม

เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ทหารญี่ปุ่น หรือในอีกความหมายหนึ่ง คือผู้ชายต่างชาติจํานวนมากได้กระจายปะปนอยู่กับประชาชนชาวไทย สภาวะเช่นนี้สร้างความวิตกกังวลให้กับ ผู้นําประเทศในขณะนั้นเป็นอย่างมากว่าจะมีการปนเปื้อนทางเชื้อชาติระหว่างชายต่างชาติกับหญิงไทยจนอาจถูกกลืนชาติได้

ผู้หญิงในยุคชาตินิยมนั้นมีความสําคัญอย่างสูง เพราะเป็นปัจจัยสําคัญในการเพิ่มพลเมือง เป็นผู้รักษาความบริสุทธิ์ของ เชื้อชาติ และเป็นผู้ดูแลปกปักรักษาชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นซึ่งถือว่าเป็นอนาคตของชาติ

ด้วยแนวคิดเช่นนี้ ในปี 2486 กระทรวงการสาธารณสุขจึงได้ริเริ่มจัดงาน “วันมารดา” ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งเป็นวันตั้งกระทรวงการสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์ “เพื่อเป็นการส่งเสริมให้บรรดามารดาทั้งหลายได้มีโอกาสไปร่วมพบปะประชุมกัน อันจะเป็นผลนํามาซึ่งความสามัคคีและทั้งจะได้รับความรู้ในเรื่องการสงเคราะห์มารดาและเด็ก เพื่อจะได้ช่วยกันลดอัตราตายของทารกให้น้อยลง เป็นการเพิ่มพูนสมรรถภาพและจํานวน พลเมืองให้มากขึ้นจะได้เพิ่มความเข้มแข็งของชาติสืบไป”

แต่เนื่องจากสภาวะสงครามรุนแรงขึ้น ทําให้การจัดงานในปีต่อๆ มาต้องยกเลิกไป

เมื่อจอมพล ป. กลับมามีอํานาจทางการเมืองอีกครั้ง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติร่วมกับกระทรวงการสาธารณสุขได้จัดงาน “วันแม่” ขึ้นในวันที่ 15 เมษายน 2493 เรียกร้องความสนใจของประชาชนให้ระลึกถึงแม่ เทิดทูนแม่ว่าเป็นบุคคลสําคัญของลูก

ปี 2497 คณะรัฐมนตรีลงมติรับรองให้วันที่ 15 เมษายนเป็นวันแม่ประจําปีของชาติ จนกระทั่งปี 2500 จอมพล ป. หมดอํานาจทางการเมือง งานวันแม่ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

พ.ศ.2515 สมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้รื้อฟื้นการจัดงาน “วันแม่” ขึ้นอีกในวันที่ 4 ตุลาคม เพื่อเทิดทูนเกียรติคุณของแม่ทั้ง 4 คือ แม่แห่งชาติ ซึ่งได้แก่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง), แม่บังเกิดเกล้า, แม่พิมพ์ ได้แก่ครู อาจารย์ และแม่พระ ได้แก่ผู้บําเพ็ญประโยชน์แก่สังคม ในงานนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธาน อย่างไรก็ตาม ในปีต่อมา ก็ไม่ได้มีการจัดงานวันแม่ขึ้นอีก

ในปี 2519 สมาคมครูคาทอลิกฯ เสนอให้คณะกรรมการส่งเสริมศีลธรรมและจิตใจ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นเจ้าภาพจัดงานวันแม่ เห็นชอบให้วันที่ 12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ฯ ซึ่งทรงเป็นแม่แห่งชาติ เป็นวันแม่

หากดูตามวัตถุประสงค์ในการจัดงาน วันแม่ในแต่ละยุคสมัย ก็พอจะเห็นได้ว่า การจัดงาน “วันแม่” เพื่อระลึกถึงแม่นั้น มีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป การจัดงาน ครั้งแรกในปี 2486 มีเป้าหมายเพื่อให้ ผู้หญิงในฐานะแม่มีความรู้ในการดูแลตนเองและเลี้ยงดูลูกเพื่อให้อัตราการตายของทารกลดน้อยลง แต่เมื่อเวลาผ่านไป การเพิ่มพลเมืองไม่ใช่นโยบายอีกต่อไป เป้าหมายต้องเปลี่ยนตาม งานวันแม่ที่ฟื้นฟูขึ้นใหม่จึงเป็นการเทิดทูนและยกย่องพระคุณของแม่พร้อมไปกับการสร้างสํานึกและเน้นย้ำในหน้าที่ความรับผิดชอบของแม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน