เป็นที่ทราบกันดีว่า ‘เชียงใหม่’ เป็นแหล่งปลูกอินทผลัมแห่งแรกๆ ของบ้านเราที่ประสบความสำเร็จ จากนั้นพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศก็ปลูกตาม ทำให้เวลานี้คนไทยได้ทานอินทผลัมสดๆ ในราคาไม่แพง บางสวนขายแค่ก.ก.ละ 250 บาทเท่านั้น เรียกว่า ‘อินทผลัม’ เป็นผลไม้ยอดฮิตที่เกษตรกรบ้านเรานิยมปลูกกันในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา

‘สวนหมวดอู๊ด’ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นอีกสวนที่ปลูกอินทผลัมเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งพันธุ์บาร์ฮี และพันธุ์ KL-1 ประมาณ 400 ต้น ในเนื้อที่ 21 ไร่ จุดเด่นของสวนอยู่ที่การนำผลผลิตมาแปรรูปโดยทำเป็นน้ำอินทผลัมสด ไซรัป และเจลลี่นาโน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปภายใต้งานวิจัยของอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)

คุณวิลาสินี นวลแก้ว อายุ 60 ปี อดีตกำนัน ต.บ้านหลวง อ.แม่อาย เจ้าของสวนหมวดอู๊ดเล่าว่า สวนนี้ใช้ชื่อเล่นของสามี ‘ร.ต.อ.วิจารณ์ นวลแก้ว’ เป็นตำรวจอยู่ที่สภ.ไชยปราการ และเป็นกำลังหลักในการทำสวน โดยใช้เวลาว่างจากงานราชการ ช่วงแรกปลูกอินทผลัมพันธุ์ KL-1 ตั้งแต่ปี 2554 เพราะเห็นว่าเป็นพันธุ์ที่พัฒนาปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย แต่ก่อนขายก.ก.ละ 500 บาท ชาวบ้านไม่ซื้อกันเพราะราคาแพง เลยติดต่อขายห้าง ประกอบกับลูกสาว ‘ดร.หทัยชนก ปันดิษฐ์’ เป็นอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มช. จึงนำเข้าโครงการวิจัยเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใช้ชื่อแบรนด์ ‘สวนหมวดอู๊ด ไชยปราการ’

ปีนี้อินทผลัมให้ผลผลิตประมาณ 3-4 ตัน ดีกว่าปีที่แล้วประมาณ 30% ตอนนี้ยังมีผลสดขายไปจนถึงกลางเดือนก.ย. โดยวางขายที่ห้างเซ็นทรัลในจ.เชียงใหม่ และเมื่อเร็วๆ นี้ได้นำน้ำอินทผลัมสดไปขายที่ห้างริมปิง สาขาเวียงจันทน์ สปป.ลาว ขายดีมาก นำไป 500 ขวดหมดเลย ขายขวดละ 64 บาท ขณะที่ในบ้านเราขายขวดละ 49 บาท คนลาวชอบมาก ไม่เคยกินมาก่อน เป็นเจ้าแรกที่นำไปขาย นอกจากนี้ในสปป.ลาวยังไม่มีใครปลูกอินทผลัมด้วย เอกอัครราชทูตไทยประจำสปป.ลาวก็มาเยี่ยมชมบูธและชิมน้ำอินทผลัมสดด้วย

เจ้าของสวนหมวดอู๊ดแจกแจงว่า วิธีปลูกห่างกันประมาณ 1 เมตร (ม.) ขุดหลุมลึก 20 ม. การดูแลรักษา ก่อนปลูกต้องใส่ ขี้ไก่รองพื้นและหมั่นรดน้ำ ไม่เช่นนั้นดินจะแห้ง รดน้ำเดือนละครั้ง ส่วนฤดูที่เหมาะแก่การปลูกคือฤดูฝน ช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. ใช้เวลาปลูก 4 ปีถึงให้ผลผลิต อย่างที่สวนปลูกปี 2554 ได้ผลผลิตปี 2558 ปีหนึ่งได้ผลผลิตประมาณ 2 ตันจากอินทผลัมร้อยกว่าต้น ซึ่งตอนที่ออกมาใหม่ๆ ขายได้ก.ก.ละ 500 สำหรับเกรดเอ ถ้าเกรดต่ำลงมาราคาลดหลั่นกันไป 200-300 บาท หากขายไม่หมด เพราะผลที่ตกเกรดมีเยอะ รสฝาดลูกค้าเลยไม่ซื้อจึงนำไปแปรรูป

ทั้งนี้ ใช้เวลาปลูกมาเกือบ 10 ปี ตอนนี้ ยังไม่คืนทุน เพิ่งมี 2 ปีหลังที่ผลผลิตออก ขายได้ก.ก.ละ 500 บาท ส่วนน้ำอินทผลัมสดเริ่มทำเมื่อปี 2564 โดยอุทยานวิทย์ มช. ให้คำแนะนำ เพราะตอนแรกทำเองเก็บได้แค่ 7 วันก็เสีย วิธีทำคือ ต้มผลสดแล้วคั้นน้ำ นำไปเคี่ยวและกรองน้ำใส่ขวด แช่ตู้เย็นไว้ได้ประมาณ 7 วันก็เสีย ต่อมาทางอุทยานวิทย์พัฒนาใช้ระบบผ่านความร้อนแรงดันสูง ไม่ใส่สารกันบูด สามารถเก็บได้นาน 1 ปี ไม่ต้องแช่ตู้เย็น ขาย ขวดละ 49 บาท

คุณวิลาสินีบอกว่า ตลาดผลสดขายไม่ค่อยดีเพราะราคาสูง ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีก็ยิ่งขายยาก ชาวบ้านไม่มีใครซื้อเลยจึงต้องมาขายในห้าง สาเหตุหนึ่งคนแห่ปลูกเยอะเพราะมีนายหน้าขายต้นพันธุ์แต่ไม่รับซื้อผลผลิต ต่างคิดว่าราคาสูงน่าจะปลูกได้ แต่การดูแลยากมากเพราะมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย

ส่วนเทคนิคการปลูกให้ได้ผลผลิตมากขึ้นอยู่กับการดูแล ต้องใส่ปุ๋ยรดน้ำบำรุงต้น ตั้งแต่เริ่มปลูก โดยใส่ปุ๋ยขี้ไก่และใส่ปุ๋ยบำรุงช่วงมีดอก

ช่วงเป็นเกสรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนการผสมเกสรต้องตื่นแต่เช้า 6 โมง เพราะถ้าสายผึ้งจะมากินเกสรหมด เพราะไม่ได้ผสมเอง ต้องนำเกสรตัวผู้มาตากแห้งวันหนึ่งแล้วใส่ในถุงไว้ ก่อนผสมตัวเมียในเช้าอีกวันหนึ่ง หากผสมไม่ทันลูกจะลีบเล็ก ส่วนจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นตัวผู้ตัวเมียต้องดูจากกาบที่หุ้มดอก ตัวเมียจะอูมๆ หน่อย ส่วนตัวผู้แบนๆ

การปลูกมีปัญหาเยอะทั้งด้วงเจาะต้นต้องตัดต้นทิ้ง หนูมากัดช่วงผลออก แมลงหวี่ แมลงวันทองก็เยอะ ต้องแก้ปัญหาโดยหาซื้อผ้ามาหุ้มตอนออกผล

“สวนของเราปลูกแบบปลอดภัย เพราะถ้าปลูกแบบอินทรีย์อย่างเดียวไม่ไหว ส่วนใหญ่ใส่สูตรเร่งผล พอออกลูกก็หยุดปุ๋ยเคมีเพราะต้องออกตลาดขึ้นห้าง จุดเด่นของสวนเรารสชาติจะหวานกรอบ ซึ่งต้องใช้เทคนิค ต้องใส่เกลือช่วงกำลังจะโต ลูกยังเล็กๆ ปริมาณที่ใส่ ต้นหนึ่งใส่กระสอบหนึ่ง ใช้วิธีโรยรอบๆ ต้น ถ้าเกษตรกรคนอื่นอยากปลูกบ้างขอแนะนำให้หาพืชอื่นปลูกดีกว่า หากสนใจอยากชมสวนก็ไปได้ หรือดูจากเพจสวนหมวดอู๊ด ติดต่อได้ที่ 08-1960-7932”

ด้านดร.หทัยชนกให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปกติผลผลิตที่ตกเกรดจะมีจำนวน 50% นำมาผลิตน้ำ 30% ทำไซรัป 10% อีก 10% ทำเจลลี่นาโน เพื่อให้ดูดซึมเข้าร่างกายได้ง่าย ทานโดยการฉีกซองแล้วทานได้เลย ซึ่งน้ำอินทผลัมสดมีประโยชน์ มีสารสร้างอนุมูลอิสระ ลดเบาหวานในเลือดได้ ให้ความชุ่มชื้นกับร่างกาย ดีต่อสุขภาพ เป้าหมายต่อไปจะทำเป็นไฟเบอร์ที่ช่วยในการขับถ่าย

“ลูกค้าที่กินอินทผลัมสดทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้นเพราะมีไฟเบอร์สูง ตอนนี้เราทำน้ำ ทำไซรัป และทำเจลลี่ โดยทิ้งกากทั้งหมด แต่คิดว่ากากน่าจะใช้ประโยชน์ได้เลยจะทำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา โดยทำเป็น เส้นใยเล็กๆ ดื่มได้ เป็นน้ำดื่ม เหมือนทำแบรนด์รังนกที่เป็นวุ้นๆ อยู่ข้างใน ลูกค้ากินแล้วจะได้ขับถ่ายสะดวก คาดว่าภายใน 2 ปีก็น่าจะออกตลาด ตอนนี้ได้รับเงินทุนวิจัยมาแล้ว”

อินทผลัม ‘สวนหมวดอู๊ด’ นับเป็นเกษตรกรอีกรายที่ทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่สำคัญได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และสามารถเก็บไว้ได้นานนับปี

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน