ช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ถือว่าเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับคอกีฬาอย่างยิ่ง เนื่องจากมีโปรแกรมการแข่งขันระดับ หยุดโลกให้ติดตามกัน
สำหรับแฟนกีฬาฟุตบอลย่อมรอคอยศึกแดงเดือดระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด-ลิเวอร์พูล ขณะที่แฟนกีฬามวยก็รอชมศึกล้างตาระหว่าง โอเล็กซานเดอร์ อูซิก-แอนโธนี โจชัว ซึ่งมีแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวตเป็นเดิมพัน
สำหรับไฟต์แรกที่ประมือกันเมื่อเดือนกันยายน 2021 เป็นฝั่งอูซิกที่ชนะคะแนนโจชัวอย่างเอกฉันท์ กระชากเข็มขัดแชมป์ของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ), องค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) และสหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ) มาครองได้สำเร็จ

ส่วนไฟต์รีแมตช์หนนี้ จะฟาดปาดกันในวันที่ 20 สิงหาคม สังเวียนอยู่ที่คิง อับดุลลาห์ สปอร์ตส์ ซิตี้ เมืองญิดดะฮ์ ของซาอุดีอาระเบีย สามารถติดตามได้ผ่านเว็บไซต์ดาโซน ซึ่งงานนี้จะมีคู่อื่นชกกันด้วย เริ่มคู่แรก 17.00 น. ของท้องถิ่น (21.00 น. ของไทย)
รายละเอียดที่น่าสนใจของทั้งคู่ อูซิก วัย 35 ปี เป็นชาวยูเครน ขึ้นชกอาชีพมาแล้ว 19 ไฟต์ ชนะทั้งหมด (ชนะน็อก 13) เป็นมวยถนัดซ้าย ได้รับฉายาว่า “เดอะ แคต” ซึ่งมาจากความเร็วและคล่องแคล่วราวกับแมวของเจ้าตัว
ขณะที่ โจชัว วัย 32 ปี เป็นชาวสหราชอาณาจักร เกิดที่เมืองวัตฟอร์ด ของอังกฤษ ขึ้นชกอาชีพมาแล้ว 26 ไฟต์ ชนะ 24 (ชนะน็อก 22) แพ้ 2 เป็นมวยถนัดขวา มีฉายาว่า “เอเจ” ซึ่งเป็นอักษรย่อชื่อของกำปั้นรายนี้

ด้านข้อเปรียบเทียบในการชกของทั้งคู่ สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ไว้หลากหลายประเด็น เริ่มจากร่างกาย ต้องบอกว่าโจชัวเหนือกว่า อูซิกค่อนข้างชัดเจน โดยโจชัวมีส่วนสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว น้ำหนักตัว 240 ปอนด์ ช่วงชก 208 นิ้ว ส่วนอูซิกมีส่วนสูง 6 ฟุต 3 นิ้ว น้ำหนักตัว 221 ปอนด์ ช่วงชก 78 นิ้ว
ความเร็ว แม้ทั้งคู่จะมีจุดเด่นด้านนี้เมื่อเทียบกับนักมวยคนอื่นในรุ่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าถ้าเทียบกัน 2 คนแล้วอูซิกจัดว่าเหนือกว่าโจชัวอยู่ดี เพราะอูซิกเคยผ่านการชกรุ่นเล็กกว่าอย่างครุยเซอร์เวตมาแล้ว
น้ำหนักหมัด ตามหน้าเสื่อแล้วโจชัวดูเหนือกว่า แต่อูซิกเองก็ พัฒนาจุดนี้ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลัง ไม่แน่ว่าเวลานี้ทั้งคู่อาจมีหมัดที่หนักหน่วงสูสีกันก็เป็นได้
ประสบการณ์ โจชัวขึ้นชกอาชีพเยอะกว่าก็จริง แต่กว่าจะเริ่มชกสมัครเล่นก็อายุ 18 ปีแล้ว ส่วนอูซิกขึ้นสังเวียนสมัครเล่นมาตั้งแต่อายุ 15 ปี กระนั้นนอกจากจะผ่านการเป็นแชมป์โลกอาชีพเหมือนกันแล้ว ทั้งคู่ต่างยังเคยได้เหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์มาแล้วด้วย

สภาพจิตใจ อูซิกเพิ่งผ่านการร่วมรบเพื่อปกป้องยูเครนในสงครามที่ถูกรัสเซียรุกรานใส่ จุดนี้อาจเป็นกำลังใจให้ฮึกเหิมหรืออาจเป็นความว้าวุ่นใจก็ได้ ส่วนโจชัวผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว หลังเคยเสียแชมป์โลกให้ แอนดี รุยซ์ แต่ก็กระชากแชมป์กลับคืนได้ในเวลาต่อมา
สำหรับทัศนะคนในวงการถึงมวยไฟต์นี้ ไมก์ ไทสัน ตำนานแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต มองว่าอูซิกเป็นฝ่ายได้เปรียบโจชัว เนื่องจากความเร็วและคล่องตัวที่ต่างกันเห็นได้ชัด ต่อให้โจชัวจะพยายามใช้เรื่องความหมัดหนักมาทดแทน แต่อูซิกเองก็หนักใช่ย่อยเช่นกัน
ขณะที่ แฟรงก์ วอร์เรน โปรโมเตอร์มวยชื่อดัง ก็มองว่าอูซิกจะย้ำแค้นโจชัวอีกรอบ เนื่องจากหนนี้โจชัวเจอศึกที่หนักกว่าคราวกระชากแชมป์กลับมาจากรุยซ์ เพราะอูซิกเป็นนักมวยที่สมบูรณ์แบบ และยังผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงมาด้วย
เอ็ดดี เฮิร์น โปรโมเตอร์ระดับโลกอีกราย มองว่านี่จะเป็นไฟต์ที่ทั้ง 2 ฝ่ายสู้กันอย่างสูสี แต่โจชัวมีข้อได้เปรียบหลังเคยแย่งแชมป์คืนมาจากรุยซ์ ทำให้มีประสบการณ์กับสถานการณ์แบบนี้ และเชื่อว่ากำปั้นแดนผู้ดีจะทำแบบเดียวกันนี้กับอูซิกได้สำเร็จ
ในส่วนของความรู้สึก 2 นักชกก่อนขึ้นเวที อูซิกยอมรับว่านี่ จะไม่ใช่ไฟต์ที่ง่ายสำหรับตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในฐานะ ผู้ป้องกันแชมป์ด้วย ขณะที่โจชัวบอกว่าอ่านทางมวยของอีกฝ่ายออกหมดแล้ว มั่นใจว่าคราวนี้จะล้างตาสำเร็จแน่
ท้ายที่สุดแล้วผลของมวยคู่หยุดโลกนี้จะออกมาเช่นไร เข็มขัดแชมป์ทั้ง 3 เส้นจะเปลี่ยนมืออีกครั้งหรือไม่ คืนวันเสาร์นี้แฟนกำปั้นทั่วโลกจะได้รู้กันอย่างแน่นอน