“พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กิตติจิตโต” หรือ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาส วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม นำคณะสงฆ์ พร้อมด้วยคณะกองทัพธรรม เข้าร่วมจัดกิจกรรมในการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขัง ได้มีโอกาสได้ทำบุญตักบาตรและร่วมฟังการบรรยายธรรม เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี พ.ศ.2565 เมื่อเร็วๆ นี้ ที่เรือนจำกลางนครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม

โดยมี พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผบช.เรือนจำกลางนครปฐม นายธิตินัย พาติกบุตร รองผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม และ นายวิรัตน์ พรมน้อย ผู้อำนวยการสถานกักกันนครปฐม พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

การจัดกิจกรรมดังกล่าว ช่วงเช้ามีการจัดพิธีการทำบุญตักบาตรให้กับคณะเจ้าหน้าที่ จากนั้นจัดให้ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครปฐมให้ได้มีโอกาสในการทำบุญตักบาตรในพื้นที่ควบคุม ซึ่งมีผู้ต้องขังพากันเข้าแถวร่วมกัน ใส่บาตรเป็นครั้งแรก หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้กิจกรรม ดังกล่าวมีการยกเลิกนานกว่า 2 ปี

จากนั้นหลวงพี่น้ำฝนจัดให้มีการบรรยายธรรม โดยนิมนต์พระสงฆ์ของวัดไผ่ล้อมที่เคยหลงผิดและตกเป็นทาสของยาเสพติด กระทั่งถูกจับกุมทั้งในฐานะของผู้ค้าและ ผู้เสพซึ่งเคยต้องโทษในเรือนจำมาแล้วถึง 5 ครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจบวชเพื่อศึกษาพระธรรม ซึ่งปัจจุบันสามารถกลับตัวกลับใจจน ไม่กลับไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดอีกต่อไป และใช้หลักพระธรรม คำสั่งสอนมาปฏิบัติปรับใช้จนสามารถเข้าใจถึงความหมายของ ชีวิตได้ โดยมุ่งเน้นเพื่อนำประสบการณ์มาถ่ายทอดให้ผู้ต้องขัง ในเรือนจำกลางนครปฐม ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนราว 3,000 คน ได้รับฟังและนำวิธีคิดและปฏิบัติไปปรับใช้ในช่วงที่รอการปลดปล่อยหลังรับโทษครบตามคำพิพากษา

นอกจากนี้ ยังได้จัดคณะทัพบุญวัดไผ่ล้อมในวงการมวย อาทิ นายธนากร สอนดี และบุคคลในวงการมวยได้ร่วมกับหลวงพี่ น้ำฝน นำเวทีมวยพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกซ้อมมวยไทยมอบ ให้กับเรือนจำกลางนครปฐม สำหรับให้นักมวยในสังกัดที่เป็น ผู้ต้องขังได้นำไปฝึกซ้อมสำหรับเตรียมตัวนำไปแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันมีนักมวยที่ไปสร้างชื่อเสียงเป็นแชมป์หลายเวทีในขณะนี้ด้วย

หลวงพี่น้ำฝนกล่าวว่า การที่วัดไผ่ล้อมได้นำคณะสงฆ์มาจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในเรือนจำกลางนครปฐม เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมองเห็นว่าผู้ต้องขังนั้นมีโอกาสน้อยกว่าคนที่อยู่ภายนอกกำแพงสูงมาก และยังมีผู้ต้องขังอีกมากที่มีความรู้ ความสามารถ แต่อาจจะหลงกระทำความผิด หรือตั้งใจกระทำความผิด แต่เมื่อมารับโทษและมีความคิดใหม่ ซึ่งการนำเอาศาสนามาปรับสอนให้เขาเหล่านั้นได้เข้าถึงจะทำให้เป็นการนำหลักพระธรรมคำสั่งสอนมาปรับใช้ในช่วงถูกควบคุมตัว

“อาตมาเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจจะให้โอกาสในการกลับตัวกลับใจกับเขาเหล่านี้ เมื่อ เขาพ้นโทษออกไปก็จะมีภูมิป้องกันในการไม่กลับไปกระทำความผิด อย่างที่อาตมานำคณะสงฆ์มาให้เขาได้ร่วมกันทำบุญตักบาตร ภาพที่เห็นคือเขาดีใจ เขาตั้งใจและอยากทำบุญหลายคน ยิ่งเมื่อได้มา นั่งพูดคุยกันแล้วถ้าเราทำให้เขาศรัทธา และให้โอกาสกับเขาก็จะทำให้เขาเริ่มคิดดี และเริ่มต้นทำดีได้ทันที แม้จะไร้อิสรภาพแต่เขามีอิสระทางความคิด เริ่มต้นที่จะ วางชีวิตใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอถึง วันที่ปลดปล่อยออกมา และวัดไผ่ล้อมก็ พร้อมจะทำหน้าที่ด้านสาธารณสงเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือให้สังคมมีความสงบ เหมือนหลายโครงการที่ผ่านมา” เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน