หากมองย้อนกลับไปถึงต้นตอของสาเหตุการทำผิดกฎหมาย ทั้งคดีลักวิ่งชิงปล้น ทำร้ายร่างกายหรือแม้แต่คดีฆาตกรรม ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนใหญ่มียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากไม่โดยตรง ก็เป็นสารเร่งให้เกิดความรุนแรง
ย้อนไปเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 ส.ค. 2565 พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สังวร วันทะวี รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.ภทรธร ชญาธนานันท์ สว.สส. ร.ต.อ.เอกณรงค์ ทุมมา รอง สว.สอบสวน ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานจังหวัดศรีสะเกษ สมาคมกู้ภัยจานใหญ่กตัญญู เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพักเลขที่ 37/1 หมู่ 3 ต.จานใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังรับแจ้งมีกลิ่นเหม็นคล้ายซากศพออกมาจากบ่อเกรอะของบ้านดังกล่าว เกรงว่าจะเป็นเหตุฆาตกรรม

บ่อซ่อนศพ
ที่เกิดเหตุพบว่าบ่อเกรอะหลังบ้านมีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นซากศพ โดยบริเวณบ้านพบรอยเลือด มีดอีขออยู่บนบ้าน คาดว่าจะเป็นมีดที่ใช้ก่อเหตุ มีเส้นผมติดอยู่ โดยใช้ผ้าห่อไว้อยู่ข้างส้วมหลังบ้านจึงให้รถดูดส้วมดูดน้ำออกจากบ่อเกรอะบางส่วน ไม่นานก็พบร่างนายทัน แจ่มเชื้อ อายุ 75 ปี เจ้าของบ้านอยู่ภายในบ่อจึงรีบนำศพขึ้นมา จากการตรวจสอบพบบาดแผลถูกทำร้ายด้วยของมีคมที่ศีรษะ หลายแผล สอบถามพยานคาดว่า ผู้ที่ทำร้ายร่างกายผู้ตาย น่าจะเป็นนายสุทธิพงษ์ แจ่มเชื้อ อายุ 23 ปี หลานชายที่ติดยาบ้าและพักอยู่บ้านเดียวกัน ซึ่งหายตัวไป
พ.ต.อ.นรินทร์ สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามหาตัวนายสุทธิพงษ์ ทันทีเป้าหมายแรกคือที่บ้านแม่ของนายสุทธิพงษ์ซึ่งอยู่ห่างไปราว 2 ก.ม. แต่ไม่พบตัว จากการสอบถามมารดาทราบว่า นายสุทธิพงษ์ หอบเสื้อผ้ากลับมาอยู่บ้านได้ 2 วันแล้ว บอกว่า เบื่อปู่ เพราะดุด่าบ่อยๆ เลยขอมาอยู่กับแม่ แต่ตอนนี้ไม่อยู่ไปทำงานในเมืองกันทรลักษ์
แม้ไม่พบตัวแต่ก็ทราบว่าเจ้าตัวหนีไปทำงานก่อสร้างในพื้นที่ ต.เวียงเหนือ อ.กันทรลักษ์ จึงติดตามไปจับกุมตัวไว้ได้ในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง

เก็บหลักฐานในบ้าน
หลังถูกจับหลานทรพีรับสารภาพแต่โดยดี ว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้ มีดฟันศีรษะของนายทัน ซึ่งเป็นปู่ของตนเองจนเสียชีวิตจริง และได้เคลื่อนย้ายศพไปทิ้งในบ่อส้วม เพื่อปกปิดอำพรางจริง โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนตื่นขึ้นมาได้เจรจากับผู้ตายเพื่อขอเงินใช้ เนื่องจากตนไม่ได้ทำงานอะไร แต่ ปู่ไม่มีเงินให้จึงเกิดทะเลาะกัน ซึ่งตนกับปู่ก็มักจะทะเลาะกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง ประกอบกับเชื่อว่าปู่เคยแจ้งตำรวจมาจับตนตอนเสพยา
ด้วยความโมโหตนจึงใช้อาวุธมีด (อีขอ) ซึ่งวางอยู่ในบ้าน ฟันเข้าบริเวณศีรษะของผู้ตายจำนวนหลายครั้งจนด้ามหัก กระทั่งนายทันเสียชีวิต จากนั้นทิ้งศพอยู่ในที่เกิดเหตุ และกลับขึ้นไปนอนชั้น 2 ของบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ
กระทั่งเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 12 ส.ค. ตนนำร่างปู่ ที่เสียชีวิต เคลื่อนย้ายไปซุกซ่อนในบ่อเกรอะหรือบ่อส้วมหลังบ้านพร้อมปิดฝา เพื่ออำพรางซ่อนเร้นศพเอาไว้ และนำมีดที่ใช้ก่อเหตุทิ้งบริเวณหลังบ้าน และเก็บเสื้อผ้าที่นอนที่เปื้อนเลือดภายในบ้าน จากนั้นก็หอบเสื้อผ้าหนีไปอยู่บ้านแม่ที่บ้านหนองคันน้อย ม.4 ต.จานใหญ่ อ.กันทรลักษ์ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ห่างกัน 1-2 ก.ม. จากนั้นแม่กับพ่อเลี้ยงพาตนไปทำงานก่อสร้าง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว
หลังสอบสวนตำรวจตั้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและ ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทำแผนนนาทีฆ่า
เที่ยงวันที่ 14 ส.ค. พ.ต.อ.นรินทร์พร้อมกำลังคุมตัวหลานทรพีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามความเศร้าเสียใจของญาติพี่น้องที่ต้องมาเห็นภาพที่บีบหัวใจเป็นอย่างมากที่หลานชายฆ่าปู่ที่เลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่แบเบาะอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้ ทั้งหมด ต่างตั้งคำถามชวนสะเทือนใจว่า “ฆ่าปู่ทำไม”
หากยาบ้ายังระบาดทั่วเมืองอยู่อย่างนี้ คดีนี้ย่อมไม่ใช่คดีแรกและคดีสุดท้าย
ศิริเกษ หมายสุข เรื่อง/ภาพ