จากเหตุเมาน์เทนบี

เลาะรั้ว
เหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดซ้ำกรณีไฟไหม้ผับหรือสถานบันเทิง MOUNTAIN B ริมถนนสุขุมวิท บางนา บริเวณหมู่ 7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีคำถามว่า ทำไมจึงเกิดอีก และจะเกิดอีกหรือไม่

เพราะสถานบันเทิงหรือผับประเภทนี้มิได้มีอยู่ที่ใดที่เดียว แต่จะกระจายกันอยู่ทั่วไป เอากันว่าริมถนนพหลโยธินตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนเลยนครสวรรค์ มีสภาพเสี่ยงอันตรายไม่ แตกต่างกัน

อาคารประเภทนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมดูแล

กรณีเมาน์เทนบี เป็นอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎกระทรวงผังเมืองรวมชลบุรี พ.ศ.2560 กำหนดให้เป็นพื้นที่ที่เรียกว่า สีชมพู

กล่าวคือเป็นพื้นที่ประเภทชุมชน ให้ใช้เพื่อการอยู่อาศัยพาณิชยกรรม เกษตรกรรม สถานศึกษา สถาบันศาสนา ฯลฯ สำหรับใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการอื่นที่มิใช่อาคารพิเศษ

นั่นหมายความ มิได้มีข้อห้ามประกอบกิจการสถานบริการ สถานบันเทิง หรือโรงมหรสพ ที่มิใช่อาคารขนาดใหญ่พิเศษ (ที่มีพื้นที่อาคารรวมเกิน 10,000 ตารางเมตร หรือสูงเกิน 23 เมตร)

สรุปอาคารสถานบันเทิงเมาน์เทนบี ขอก่อสร้างได้ แต่เนื่องจากที่ตั้งของอาคารอยู่ในเขตปลอดภัยทางทหาร จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากราชการทหาร โดยเฉพาะก็คือ ฐานทัพเรือสัตหีบ ด้วย

คำถามก็คือ มีการขออนุญาตต่อกองทัพเรือหรือไม่

หากเป็นสถานบริการ สถานบันเทิง ต้องขออนุญาตต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือถ้าเป็นอาคารโรงมหรสพ นอกจากจะขออนุญาตก่อสร้างจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว ยังต้องขออนุญาตก่อสร้างและเปิดใช้บริการจากกรมโยธาธิการและการผังเมืองอีกด้วย

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งต่ออำนาจการดูแลและการควบคุมของอาคารเหล่านี้ ก็คือ มีอำนาจตามพระราชบัญญัติเขตพิเศษเศรษฐกิจภาคตะวันออกมาตรา 33 และมาตรา 42

คำถามก็คือ สำนักงานเลขาธิการนโยบายอีอีซีรู้ในเรื่องนี้หรือไม่

เพราะนี่คือปัญหาของความซับซ้อนและซ้ำซ้อนในการใช้กฎหมายที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการประกอบกิจการของประชาชน และเมื่อเกิดเหตุร้าย ก็คือ จะหาคนที่รับผิดชอบโดยตรงไม่ได้

การที่มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในอาคารมากเกินไป ผู้รักษากฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความรู้ที่ ถูกต้อง รังแต่จะสร้างภาระและความยุ่งยากเกินความจำเป็น และในที่สุดก็คือ เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่สุจริต แสวงหาประโยชน์จากความไม่รู้ในกฎหมายนั้นๆ เพื่อประโยชน์ แก่ตนเองและพวกพ้อง

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน