ชาวสวนน้ำตาตกราคาฮวบ30%-จี้ภาครัฐช่วย

ต่างชาติแห่ทิ้งออร์เดอร์ยางพาราจากไทย หลังโควิด คลี่คลายความต้องการลด ทำราคาร่วงแรง 2 เดือนแตะ 30% เล็งขอกำลังนายกฯ จี้หน่วยงานรัฐใช้ยางเข้าเป้า 3 ปี 1 ล้านตัน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศผู้ที่ทำสัญญาซื้อยางพาราจากไทยจำนวนมาก ทิ้งออร์เดอร์ที่ทำสัญญาซื้อขายยางพาราไว้โดยไม่ยอม รับมอบยางพารา หลังจากสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 หลายประเทศทั่วโลกประกาศเป็นโรคประจำถิ่น และทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก ทำให้ความต้องการเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะถุงมือยาง ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ความต้องการยางพาราลดลง และกระทบต่อราคาที่เกษตรกรขายได้ให้ปรับตัวลดลงตาม

ทั้งนี้ การทิ้งออร์เดอร์ของผู้ซื้อยางพาราในต่างประเทศเนื่องจากความต้องการยางพาราลดลง ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจของโลก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น กระทบทั่วโลก ส่งผลให้ หลายประเทศมีการปรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นรวมทั้งประเทศไทย ส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศและ ทั่วโลกก็ยังฟื้นตัวได้ไม่มากนัก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งต้องยอมรับว่าราคายางพาราของไทย ถูกกำหนดโดยตลาดโลกและเศรษฐกิจโลก

“ได้สั่งการให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำรวจสาเหตุของราคายางที่เกษตรกรขายได้ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ให้หามาตรการพยุงราคาไม่ให้ตกต่ำลงไปอีก แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการพยุงราคาไม่ให้ต่ำกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม”

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า จะหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้สั่งการหน่วยงานรัฐ ทั่วประเทศจริงจังกับโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ระยะเวลา 3 ปี ระหว่าง ต.ค. 2562-ก.ย. 2565 เป้าหมายส่งเสริมการใช้น้ำยางสด 1 ล้านตัน แต่ใกล้สิ้นสุดโครงการแล้ว ยางพาราถูกใช้ไปน้อยถึง น้อยมาก พร้อมสั่งให้ กยท.ลงพื้นที่พบเกษตรกรแนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นเสริมเพื่อหารายได้พิเศษเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานราคายางพาราหลังจากหลายประเทศเริ่มฉีดวัคซีนและประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นแล้วตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2565 ถึงวันที่ 18 ส.ค. 2565 ราคายางพาราลดลงเกือบ 30% โดยราคาน้ำยางสดอยู่ที่ 67 บาท/กิโลกรัม(ก.ก.) ลดลง 29.4% เหลือราคา 47.30 บาท/ก.ก. ส่วนยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ราคา 70.70 บาท/ก.ก. ราคาลดลง 28% อยู่ที่ราคา 50.60 บาท/ก.ก.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน