‘เบิร์ด’36ปีในวงการไม่เคยทำตัวเป็นนํ้าเต็มแก้ว
อาทิตย์ใส
หายไปพักใหญ่ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ล่าสุดซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล ‘เบิร์ด’ ธงไชย แมคอินไตย์ กลับมาเรียกรอยยิ้ม ขับเคลื่อนความสุขให้แฟนๆ กับงานเพลงอัลบั้มใหม่ “BIRD 22 (เบิร์ด ทเวนตี้ทู)” และคอนเสิร์ต “SINGING BIRD#2 /2022 ตอน LIFETIME SOUNDTRACK #โตมากับเพลงพี่เบิร์ด”
โดยวันนี้พี่เบิร์ดได้มานั่งคุยถึงงานเพลงและคอนเสิร์ต รวมถึงการเดินทางในวงการบันเทิงที่ยาวนานถึง 36 ปี
คัมแบ๊กหนนี้ พี่เบิร์ดจัดให้ทั้งอัลบั้มใหม่และคอนเสิร์ตใหญ่พร้อมๆ กันเลย?
เบิร์ด – “มันเป็นความพรั่งพร้อมที่เราซุ่มทำกันในช่วงโควิด อย่างอัลบั้มใหม่ BIRD 22 (เบิร์ด ทเวนตี้ทู) คอนเซ็ปต์ที่วางไว้คือสิ่งที่เราเคยเจอกันมา แล้วตอนนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป ความรู้ความเห็นของเด็กเปลี่ยนแปลงไป แต่เราก็ไม่ทอดทิ้งคนที่เคยอยู่กับเรามา ของเดิมเราก็เก็บไว้ ของใหม่เราต้องมีไว้ อีกอย่างมองว่ามันถึงเวลาที่คนไทยจะมีความสุขแล้ว ก็พยายามทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขได้ เอามาให้หมดเลย หนึ่งอย่างที่ต้องได้คือความภาคภูมิใจในตัวพี่ชายเขา น้องชายเขา หรืออะไรก็ตามที่เรียกกันว่าดูสิ เบิร์ดมันยังอยู่เลย (หัวเราะ)”

ล่าสุดปล่อยเพลงออกมาแล้ว 3 เพลง?
เบิร์ด – “ครับ เพลงแรก ‘เพลงที่ไม่มีใครฟัง’ ซึ่งคุณดี้ (นิติพงษ์) เปรียบเปรยความรักของเขาเป็นการฟังเพลง แต่เมื่อเรามาร้องก็จะเกิดการตีความอีกแบบ แล้วแต่ใครจะทัชใจยังไง สำหรับเราคือถ้ามาร้องเพลงแล้วจะมีใครฟังไหมน้อ มันคือความพอใจและความเข้าใจในวันเวลาที่ผ่านมา ทุกครั้งที่หันไปมองก็มีความสุข”
“เพลงที่ 2 ‘มากองรวมกันตรงนี้’ เพลงนี้จริงๆ คือ ‘คนไม่มีแฟน’ ในปี 2022 นี่แหละ ความรักสมัยนี้ไม่อยากพูดว่าไม่มี แต่มันหายากมาก ถ้าไม่มีก็มาอยู่ด้วยกัน แล้วถ้ามีแล้วไม่ดีก็อย่ามีเลยดีกว่า มาอยู่กับเราดีกว่า (หัวเราะ)”
“ส่วนเพลงที่ 3 ‘ลำไยลองกอง’ จากชื่อเพลงหลายคนคิดว่าคงเป็นเพลงสนุก แต่จริงๆ เป็นเพลงช้า เวลาร้องเพลงนี้พี่จะยิ้มตลอด มีความรู้สึกว่า ความรักถึงแม้จะแง่งอน จะรอกันมันน่ารัก คนเราขอให้รักกันเถอะ แล้วอาการของคนเวลามีความรัก ไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะเป็นยังไง”
อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ 22 เหมาะเจาะกับปี 2022 พอดี?
เบิร์ด – “มันทั้งบังเอิญและตั้งใจ ตอนแรกบังเอิญก่อน แล้ว พี่เล็ก (บุษบา) ก็แถเข้าไปจนได้ ซึ่งแถยังไงมันก็เป็นเรื่องจริง แล้วก็ยากมากที่ศิลปินคนหนึ่งจะมีอัลบั้มเพลงออกมาได้ถึง 22 อัลบั้มขนาดนี้ ก็ถามตัวเองตลอดว่าทำไมเราถึงเป็นอย่างนี้ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่รู้จักเบื่อ แล้วเราก็ยังมือเท้าเย็นตื่นเต้นมีความสุขตลอดเวลาที่จะได้ออกจากบ้านไปร้องเพลง”
ส่วนตัวคิดว่าการทำเพลงในยุคที่วัฒนธรรมของคนฟังเปลี่ยนไปจากเดิม มันง่ายหรือยากขึ้นกว่าแต่ก่อน?
เบิร์ด – “จริงๆ ให้คนฟังเปลี่ยนไปเถอะ แต่ยังไงเราก็ขอเป็นน้ำปลาพริก กินหรือเปล่าไม่รู้แต่ต้องมีติดโต๊ะอาหาร ทุกวันนี้คนจะไปฟังอะไรก็ตาม เราก็แถเข้าไปอยู่ในนั้นได้ สำหรับเราแล้วไม่ได้มองว่าวัฒนธรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไปจะกดดันหรือยากขึ้น แล้วเราก็ไม่เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในการฟังเพลง คนมันจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน คนเขาอยากจะฟังหรือไม่อยากฟังก็ไม่ใช่ความผิดของเขา เราเองต้องปรับตัวตลอด เบิร์ด ธงไชย คือน้ำที่ไปอยู่ในแก้วได้ ในขวดได้ ภาชนะอะไรก็ได้หมด”
นอกจากออกอัลบั้มเพลงใหม่แล้ว ยังมีคอนเสิร์ต SINGING BIRD CONCERT 2022 LIFETIME SOUNDTRACK #โตมากับเพลงพี่เบิร์ด มาให้แฟนๆ หายคิดถึงด้วย?
เบิร์ด – “จะบอกว่าเราตีกับพี่เล็กด้วยว่า ทำไมอ่ะ แล้วแบบเบิร์ดเบิร์ดของเบิร์ดหายไปไหน ทำไมต้องเป็น SINGING BIRD แล้วคนที่อยากเต้นจะทำไง ถ้าให้ร้อง 15 เพลงแล้วช้าหมดเลยไม่เหงาตายกันหมดเหรอ พี่เล็กบอกว่า เบิร์ด..ฟังดีๆ นะคะ ทุกอย่างเหมือนเดิม เพียงแต่มีเพลงฟังและต้องร้องสดหมดเลย เราก็แบบได้สิ หนที่แล้วก็ร้องไปตั้ง 51 เพลง ส่วนแบบเบิร์ดเบิร์ดขอเป็นอีกปีหนึ่ง ปีนี้ขอเป็น SINGING BIRD ก่อน ซึ่งความต่างก็ไม่ได้ต่างกันมากเลย แต่เป็น แพตเทิร์นของการแสดงมากกว่าที่ต่างออกไป แบบเบิร์ดเบิร์ดคือโชว์ แต่ SINGING BIRD ลักษณะดนตรีจะเปลี่ยนไป เครื่องสายกับเครื่องเป่าต่างๆ จะยิ่งใหญ่ขึ้น”
ฝากคอนเสิร์ตทิ้งท้าย?
เบิร์ด – “ถึงเวลาที่เราจะมีความสุขกันแล้ว ทุกข์ให้เป็น สุขให้เป็น ชีวิตก็แค่นี้ ตอนนี้คอนเสิร์ต SINGING BIRD 2022 ตอน LIFETIME SOUNDTRACK #โตมากับเพลงพี่เบิร์ด เปิดเพิ่มถึง 3 รอบแล้วภายใน 1 สัปดาห์ ใครที่ยังไม่มีบัตรหาซื้อได้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com ติดตามรายละเอียดคอนเสิร์ตได้ทาง www.facebook.com/birdthongchai วอร์มเสียงวอร์มร่างกายแล้วไปเจอกัน 11, 12 และ 13 พฤศจิกายน 2565 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ครับ”
36 ปีในวงการนับเป็นเส้นทางที่ยาวนาน หลายอย่างมีความเปลี่ยนแปลง แต่ชื่อและผลงานของพี่เบิร์ดไม่เคยห่างหายไปไหนสักยุคเลย ทำได้ยังไง?
เบิร์ด – “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ทำอย่างที่เห็น เราเป็นมนุษย์ที่ไม่เหมือนคนอื่น รักของของคนอื่นคือรักตัวเรานั่นเอง เราไม่ได้มองว่าตัวเราคือของเรา แต่เป็นของของคนอื่นที่เขาฝากเราดูแล เราคิดแบบนั้นจริงๆ คือเหนื่อยมากเลย เราต้องทะนุถนอมดูแลร่างกายตัวเอง ของที่อยากกินก็ต้องไม่กิน เพราะกินแล้วจะอ้วน อยากวิ่งอยากเล่นสกีก็ไม่ได้เพราะต้องรักษาเข่าเอาไว้เต้น เสียงก็ต้องรักษา ต้องดูแลทุกอย่างให้เขา 36 ปีที่เดินทางมาไม่มีระยะทางหรือเวลาสำหรับเราเลย แต่มันคือวันวานของเราเท่านั้นเอง ขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้รู้สึกไม่โอเค เราเกิดมาต้องการอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ เลือกแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเราก็เอาความรักที่เขาให้มา เอามาแลกความเป็นอยู่ที่ดีให้พ่อแม่ ฉะนั้นก็สมควรแล้วที่เราจะต้องทำตัวและดูแลตัวเองให้ดีๆ”
การเป็นซูเปอร์สตาร์ไม่ง่ายเลย?
เบิร์ด – “ไม่ง่าย มันยากจริงๆ ไม่มีสิทธิ์จะเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีสิทธิ์จะคิดอะไรเป็นของตัวเอง บางทีก็เศร้า เช่นเวลาคิดว่าสมมติเราอยากมีใครสักคน โดยที่เราไม่ต้องสนใจว่าเขาจะรักอะไรเรา แต่เขาก็ไม่ได้รักเราไง เพราะเราดีไปซะหมด ถามหน่อยว่าเราผิดตรงไหน”
พี่เบิร์ดเป็นคนที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเองเลย ทราบว่ายังซ้อมร้องซ้อมเต้นตลอดเวลา แม้แต่ในยามที่ไม่มีงาน?
เบิร์ด – “เราต้องทำ เขาเสียตังค์มาดูมันไม่เท่ากับเวลาที่เขาให้และรักเรามาตลอดนะ เวลาที่เขาบอกลูกเขาว่าตั้งใจเรียนนะลูก เดี๋ยวแม่จะพาไปดูพี่เบิร์ด กลายเป็นเราเป็นของขวัญให้ลูกเขาอีก ทั้งหมดนี้ทำให้เราเลวไม่ได้ชุ่ยไม่ได้”
ทุกคนยกให้พี่เบิร์ดเป็นซูเปอร์สตาร์ตลอดกาลของเมืองไทย อยากรู้ว่าแล้วคำจำกัดความคำว่า “ซูเปอร์สตาร์” ของพี่เบิร์ดคืออะไร?
เบิร์ด – “จริงๆ คำว่าซูเปอร์สตาร์ไม่ใช่ของเราเลย แต่เป็นพวกคุณทั้งนั้นที่ขนานนามออกมา เราไม่สามารถจะเรียกตัวเองแบบนั้นได้เลย คำจำกัดความของคำนี้คืออะไร เชื่อไหมเราไม่เคยคิด รู้แต่ว่าหน้าที่ของเราคืออะไร เราควรจะต้องทำอะไร ดูแลเบิร์ดของทุกคนยังไง เรารู้จักแต่ชื่อเรา แต่ซูเปอร์สตาร์เป็นคำที่คนอื่นเรียกเรา”
แล้วในโลกใบนี้ศิลปินคนไหนที่พี่เบิร์ดยกให้เป็นซูเปอร์สตาร์?
เบิร์ด – “ไม่มี อันนี้ไม่ได้ตอบเอาหล่อนะ แต่เราคิดว่าคนดูของเรานี่แหละคือซูเปอร์สตาร์ ถ้าเราไม่มีคนดูแล้วเราจะเรียกว่าอะไร คนดูของเราเหนื่อยเท่าเรานะ เราร้องเราเต้น เขาก็ร้องเต้นกับเรา เขาทำทุกอย่างและเป็นตัวแปรที่ดีที่สุดสำหรับการเสพงานศิลปะเลยล่ะ”
พี่เบิร์ดคือขวัญใจของคนทุกเพศทุกวัย ทุกรุ่น ทุกเจนฯ เคยสงสัยไหมว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งที่น้องๆ บางคนเกิดไม่ทันด้วยซ้ำ?
เบิร์ด – “เราไม่เคยวางตัวหรือแยกตัวเองออกมาว่าเรารุ่นไหนๆ เรารุ่นเดียวกับทุกคนเลย ยายเข้ามาเราก็รุ่นเดียวกับยาย เด็กมาเราก็คุยกับเด็กได้ วัยรุ่นเราก็พูดภาษาเดียวกับเขาได้ หรืออะไรที่เราไม่รู้ก็ถาม ไม่เคยทำตัวเป็น น้ำเต็มแก้ว เพราะน้ำเต็มแก้วเมื่อไหร่คือโง่เมื่อนั้น อย่าอายในการที่ไม่รู้แล้วต้องถาม ‘ขอบคุณให้เป็น สวัสดีให้เป็น ยิ้มให้ได้ ขอโทษให้ได้’”
เล่นโซเชี่ยลเกือบครบหมดแล้ว อย่างวงการคลับเฮาส์เข้าแล้วออกยาก?
เบิร์ด – “เราก็ไม่คิดว่าจะเข้ามาในโลกนี้ แต่พอเข้ามาแล้วเตลิดเปิดเปิง ไปได้เรื่อยๆ ได้ยินเสียงคนที่พูดกับเราแทบจะทุกวัย เราถึงได้รู้ว่าเขาคิดกับเราแบบนี้ เราเป็นไอดอลเขา เราเป็นตัวซับความทุกข์ของเขา มันดี๊ดีอ่ะ แล้วก็มีคุณค่าสำหรับเรามาก สำหรับคนคนหนึ่งที่โตขึ้นมาจากสลัมบางแค แต่วันหนึ่งได้มาเป็นอย่างนี้ ไม่รู้จะพูดยังไงเลย (ยิ้ม)”
อยากบอกอะไรกับน้องๆ ศิลปินดาราที่ยึดเอาพี่เบิร์ดเป็นต้นแบบทั้งในแง่การทำงานและการใช้ชีวิต?
เบิร์ด – “อยากจะบอกว่าไม่ง่ายนะจ๊ะ มันเหนื่อยมากที่น้องมาเอาพี่เป็นแบบ เพราะพี่ไม่มีแบบ แบบของพี่มันอยู่ในใจของคน ตราบใดถ้าน้องๆ ยังไม่รู้จักใจคน น้องก็เป็นพี่ไม่ได้หรอก อันนี้พูดจริงๆ เพราะเราไม่มีแบบแผนครับ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล