กรมทางหลวงลุยซาวเสียงเอกชนสร้างมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ 7.5 หมื่นล้านรอบใหม่ เตรียมชงบอร์ดพีพีพี-ครม.ไฟเขียว ลุ้นปี 2566 ดึงเอกชนร่วมประมูล

รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) ระบุถึงการเปิดรับฟัง ความคิดเห็นภาคเอกชน (มาร์เก็ตซาวดิ้ง) สำหรับงานทบทวน ผลการศึกษาความเหมาะสมในการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ ว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม-ชะอำ วงเงินลงทุนโครงการรวม 75,752 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโยธา 56,747 ล้านบาท งานเวนคืนที่ดิน 16,095 ล้านบาท งานระบบ 2,910 ล้านบาท ระยะเวลาสัญญาร่วมลงทุนประมาณ 33 ปี

หลังจากประชุมสัมมนาครั้งนี้จะนำความคิดเห็นไปประกอบผล การศึกษาให้สมบูรณ์มากที่สุด จากนั้นจะจัดทำรายงานการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมการให้เอกชนร่วมลงทุนแล้วเสร็จในปี 2565 ก่อนจะเสนอคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (บอร์ดพีพีพี) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ หลังจากนั้นจะคัดเลือกเอกชนผู้เข้าร่วมลงทุนปี 2566 หลังจากนั้นจะดำเนินการเวนคืนที่ดินและจ่ายค่าชดเชยทรัพย์สิน และโดยจะเริ่มการก่อสร้างปี 2566-2569 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570

รายงานข่าวระบุอีกว่า รูปแบบการร่วมลงทุนของโครงการ เบื้องต้นจากการศึกษาพบว่า โครงการจะดำเนินการรูปแบบการร่วมลงทุน พีพีพี โดยปัจจัยหลักการร่วมลงทุนขึ้นอยู่กับเอกชนจะเข้ามาช่วยลงทุนมากน้อยเพียงใด หากเอกชนมีความพร้อมด้านการลงทุนวงเงิน 50,000 ล้านบาท ภาครัฐก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเปิดรูปแบบการลงทุนพีพีพี

แต่ถ้าเอกชนไม่มีความสามารถในการลงทุน โดยให้กรมเป็น ผู้ลงทุนเอง จะทำให้ความเป็นไปได้ก็จะอยู่ในรูปแบบ PPP Gross Cost เหมือนกับโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) โดยภาครัฐลงทุนค่าก่อสร้างทั้งหมดและเปิดประมูลในรูปแบบ PPP Gross Cost

นอกจากนี้ โครงการเปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้าร่วมลงทุนโครงการได้ แต่จะต้องเป็นพันธมิตรร่วมกับบริษัทในไทย เพราะเงื่อนไขเอกสารการประกวดราคาส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้ถือหุ้นในไทยเกิน 51% ส่วนการถือหุ้นอีก 49% ไม่ได้จำกัดบริษัทไทยหรือบริษัทต่างชาติ

ส่วนการก่อสร้างกรมฯประเมินว่า โครงการมีมูลค่าการลงทุนที่สูง โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็นระยะๆ สำหรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจะใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น (เอ็มโฟล์ว) ซึ่งจัดเก็บค่าผ่านทางตามระยะทาง โดยกำหนดอัตราค่าผ่านทางที่เหมาะสมดังนี้ รถยนต์ขนาด 4 ล้อ ค่าแรกเข้า 10 บาทต่อคัน ค่าผ่านทาง 1.5 บาทต่อกิโลเมตร (ก.ม.) รถยนต์ขนาด 6 ล้อ ค่าแรกเข้า 16 บาทต่อคัน ค่าผ่านทาง 2.4 บาทต่อก.ม. และรถยนต์ขนาด 10 ล้อ ค่าแรกเข้า 23 บาทต่อคัน ค่าผ่านทาง 3.4 บาทต่อก.ม.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน