คลังสั่งรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน 3.5 แสนล้านบาท หลังปีงบประมาณ 2565 เบิกจ่ายได้ 60% ยังห่างเป้าหมายที่ตั้งไว้ 95% ของงบลงทุน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวในการเป็นประธานเปิดการสัมมนาผู้บริหารระดับสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (SOE CEO Fourm) และมอบนโยบายว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัว ปี 2565 คาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัวได้ 3-3.5% ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 8-10 ล้านคน ซึ่งรัฐวิสาหกิจถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เป็นแหล่งรายได้ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจ (รสก.) ทั้งหมดมีสินทรัพย์รวม 14.8 ล้านล้านบาท มูลค่าใกล้เคียงกับจีดีพีของประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 17.6 ล้านล้านบาท และในแต่ละปีรัฐวิสาหกิจมีเม็ดเงินลงทุนรวม ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ขณะที่ส่วนราชการมีเม็ดเงินลงทุนรวม 6-7 แสนล้านบาท รวมทั้ง 2 ส่วนประมาณ 1 ล้านล้านบาท ถือเป็นส่วนสำคัญในระบบเศรษฐกิจอย่างมาก โดยในปีงบประมาณ 2565 ตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 95% ของงบลงทุน ปัจจุบันเบิกจ่ายไปแล้ว 60% ของงบลงทุน เหลืออีก 30-40% รัฐวิสาหกิจจะต้องเร่งดำเนินการให้ได้ตามกำหนด
โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ด้านคมนาคมขนส่ง เพราะไทยยังมีความต้องการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการ เชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมทั้งในและนอกประเทศเน้นกลุ่มอาเซียนเป็นหลัก อีกส่วนของการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่สำคัญคือ การลงทุนด้านพลังงาน สะท้อนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ขณะเดียวกัน ภาครัฐมีนโยบายในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี)
ดังนั้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), มีบทบาทสนับสนุนอุตสาหกรรมอีวีให้มีีราคาเหมาะสม
“การเร่งลงทุนให้ได้ตามแผนถือเป็นเรื่องสำคัญ หากงานล่าช้ากว่ากำหนดรายได้ก็ไม่เข้าเป้า และกลายเป็นต้นทุน รวมทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเพิ่มด้วย ปี 2564 มีรัฐวิสาหกิจ 35 แห่งที่มีกำไร ส่วนอีก 17 แห่งยังขาดทุนอยู่ แม้ว่าปี 2563-2564 จะมีโควิด-19 มากดดัน แต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย รัฐวิสาหกิจต้อง เร่งแก้ปัญหาผลการดำเนินงานที่มีผลขาดทุนต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ หากรู้จักพัฒนาก็จะสร้างรายได้ให้มากกว่าต้นทุน เชื่อว่าไม่เกินความสามารถ”