เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2565 ที่ผ่านมา ที่ศาลาการเปรียญวัดโคกศรี ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.มหาสารคาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่พระครูสังฆรักษ์เสาร์ ธัมมโชโต หรือหลวงปู่เสาร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็น “พระราชมงคลวัชรสิริ สุทธิสีราจารนิวิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี” พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดโคกศรี จังหวัดมหาสารคาม มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป

ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.2565 เป็นปีที่ 7 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม, นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจากทุกภาคส่วน

ด้านคณะสงฆ์ ประกอบด้วย พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม และ พระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งพุทธศาสนิกชนจากทุกสารทิศเดินทางมาร่วมพิธีจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยผู้มาร่วมงาน จะต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่จุดตรวจประตูโขงก่อน

หลวงปู่เสาร์เป็นพระเถระที่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ให้ความเลื่อมใสศรัทธา จึงมีผู้เข้ามาร่วมทำบุญเปิดโรงทานบริการอาหารและเครื่องดื่มแก่ญาติโยมที่มาร่วมงานจำนวนมาก

สำหรับบรรยากาศภายในศาลาการเปรียญภายหลังเสร็จสิ้นพิธีถวายสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร หลวงปู่เสาร์แจกวัตถุมงคล พร้อมภาพถ่ายของท่านให้แก่ญาติโยมที่มากราบ สักการะ

มีนามเดิม เสาร์ ศิริพล เกิดเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2462 ที่บ้านหนองแวง ต.แวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม บิดา-มารดาชื่อ นายแดง และนางตุ้ม ศิริพล

อายุ 17 ปีเข้าพิธีบรรพชาที่วัดในหมู่บ้าน แล้วท่านกลับมาอยู่ที่วัดบ้านหนองแวง มุมานะศึกษาพระปริยัติธรรมด้วยความตั้งใจ ในเวลาไม่นานสามารถท่องบทสวด 7 และ 12 ตำนานได้ภายใน 1 เดือน

จากนั้นเดินทางไปศึกษาพระธรรมวินัยที่สูงขึ้นกับพระครูสุตสารวิสิษฐ์ (หนู จันทสโร) วัดบ้านกุดแคน ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม บวชเป็นเวลา 2 ปี ได้ ด้วยความจำเป็น จึงลาสิกขาออกมาช่วยเหลือพ่อแม่ทำนาเลี้ยงชีพ

หลังใช้ชีวิตฆราวาสมาจนถึงปี พ.ศ.2528 เข้าพิธีอุปสมบทที่อุโบสถวัดใต้แวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม

มีพระครูชัยสิทธิคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ (ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพสารคามมุนี เจ้าอาวาสวัดอภิสิทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม), พระอธิการสุวรรณ อติภัทโท เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระอธิการโสภณ จันทโชโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์

กลับมาจำพรรษาอยู่วัดบ้านเกิด ท่านออกจาริกแสวงหาโมกขธรรม ตามรอยพระตถาคต ไปตามป่าเขาหลายแห่งในภาคอีสาน โดยเฉพาะเทือกเขาภูพาน

จำพรรษาอยู่ที่วัดทรายมูล ต.จันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และที่วัดอ้อมกอ ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี รวมเป็นเวลานานถึง 7 พรรษา จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านหนองแวง

ต่อมาวัดโพธิ์ศรี บ้านโคกศรี จ.มหาสารคาม ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดว่างลง คณะสงฆ์เห็นว่าเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงได้แต่งตั้งให้ท่านมาอยู่จำพรรษา และให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสจนตราบจนปัจจุบัน

วัตรปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย ครองตนด้วยความสมถะ เรียบง่าย เจริญกัมมัฏฐานทั้งเช้าและเย็น อีกทั้งยังสืบสายธรรมศึกษาวิทยาคมจากพระเกจิหลายท่าน อาทิ หลวงปู่สิงห์ วัดหนองแวง จ.มหาสารคาม, หลวงปู่มุข วัดบ้านจันทน์ จ.อุดรธานี เป็นต้น

ด้วยวัตรปฏิบัติสุปฏิปันโน จึงเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ในแต่ละวันจึงมีพุทธศาสนิกชนในและนอกพื้นที่ เข้ามากราบนมัสการรับฟังธรรมอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งก็ให้ความอนุเคราะห์จนเป็นที่พึงพอใจทุกราย

ล่าสุด พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทาน เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชมงคลวัชรสิริ

เชิด ขันตี ณ พล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน