โอกาสของทุกชาติเพิ่มขึ้นไปอีก หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติประกาศเพิ่มโควตารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 จากเดิม 32 ทีม เป็น 48 ทีม ซึ่งสำหรับทวีปเอเชียได้สิทธิ์เข้าแข่งขันเพิ่มจากเดิมคือ 4+1 เป็น 8+1 ทีม
ทันทีที่โควตาดังกล่าวได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็ประกาศกร้าวทันทีว่า “ช้างศึก” ทีมชาติไทยจะได้ไปบอลโลกก็คราวนี้
ฝันให้ไกลไปให้ถึง แน่นอนว่าถูกต้องแล้วกับการวางเป้าหมายให้ไปถึงยังจุดนั้น แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้จริงๆ กับผลงานในปัจจุบัน และสถานการณ์ของฟุตบอลทีมชาติที่มีเรื่องมีราวให้กุมขมับกันตลอด
ฟุตบอลชุดเยาวชนไล่ตั้งแต่ชุดยู-23 (ซีเกมส์) ชุดยู-19 และชุด ยู-16 ต่างก็ชวดแชมป์ ตกรอบในระดับอาเซียนทั้งสิ้น แต่ก็ยังบอกกับตัวเองกันอยู่เราต้องก้าวข้ามอาเซียน
ในขณะที่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมก็ขอโบกมือลา ชุดยู-23 เรียบร้อย ขอดูแลแค่ชุดใหญ่อย่างเดียว แล้วไหนจะเรื่องที่ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกมาแฉถึงการปล่อยปละเลยระเบียบวินัยภายในแคมป์ทีมชาติ จนเป็นเหตุให้ประกาศไม่ปล่อยนักเตะอายุไม่เกิน 19 ปี ไปร่วมแคมป์ทีมชาติอีกต่อไป
แม้สมาคมจะออกมาแก้ต่างในแต่ละกรณี ดังกล่าว แต่จากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ล้วนส่งกลิ่นที่ไม่สู้ดีออกมาให้แฟนบอลได้รู้แล้วว่า ขณะนี้ไม่ได้มีความราบรื่นอยู่เลยในการบริหาร
ยังไม่นับเรื่องเก่าๆ อย่างการจัดโปรแกรมลีกให้ไม่ทับซ้อนกับโปรแกรมทีมชาติที่มักจะเป็นปัญหากันอยู่ทุกปี ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงวางแผนกันไม่เคยลงตัว
แล้วคอยดูเถอะปีหน้าทัวร์นาเมนต์จัดเต็มตลอดปี ทั้งตามฟีฟ่าเดย์ และไม่ตรงฟีฟ่าเดย์ เชื่อหัวไอ้เรืองสิว่าแฟนบอลเตรียมง้างคีย์บอร์ดรอสวดกันได้
ทั้งหมดทั้งมวลที่ร่ายมานี้ไม่ใช่ว่าอยากจะเอาเท้าไปราน้ำ ขวางโลกเรื่องไปฟุตบอลโลก เพราะเชื่อว่าต่อให้ไม่ใช่คนดูฟุตบอล ก็อยากเห็นความฝันนี้เป็นจริงในเร็ววัน
ต่อให้มีนักเตะระดับโลกมาอยู่ในทีม แต่ถ้าหลังบ้านยังมีแต่ปัญหาแบบนี้ แล้วศักยภาพของนักเตะที่ลงไปเล่นในสนามจะถูกรีดออกมาได้อย่างเต็มที่ได้อย่างไร ฝากไว้ให้คิด
ตองก้าว