บีบีซีรายงานวันที่ 25 ส.ค. ถึงสถานการณ์สงครามในยูเครนว่า กองกำลังรัสเซียยิงจรวดโจมตีสถานีรถไฟในเมืองชาปลีเน แคว้นดนีปรอแปตร็อวสก์ เมื่อ วันพุธที่ 24 ส.ค. ตรงกับวันประกาศอิสรภาพยูเครนครบ 31 ปี มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กชายอายุ 11 ขวบด้วย และบาดเจ็บกว่า 50 คน
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงกรณีรัสเซียยิงพลเรือนระหว่าง ร่วมประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติผ่านออนไลน์ว่า “นี่คือวิธีที่รัสเซียเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ตู้โดยสารรถไฟ 4 ตู้ ถูกไฟไหม้ในตอนนี้และจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น”
ขณะเดียวกันกลุ่มผู้สนับสนุนยูเครนทั่วทุกมุมโลกร่วมฉลองวันชาติยูเครนและเดินขบวนเรียกร้องให้ยุติสงครามในทันที นายบอริส จอห์นสัน รักษาการนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เดินทางเยือนยูเครน และพบปะนายเซเลนสกีเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนยูเครน โดยนายจอห์นสันประกาศให้ความช่วยเหลือทางการทหารเพิ่มราว 2,300 ล้านบาท ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ก็ประกาศช่วยยูเครนอีกกว่า 107,000 ล้านบาทส่วนบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ส่งสารแสดงจุดยืนหนุนเสรีภาพและอธิปไตยของยูเครน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำจากออสเตรเลีย ฟินแลนด์ โปแลนด์ และตุรกี (ทูร์เคีย)

เคียงข้าง – ประชาชนทั่วโลก ทั้งในเยอรมนี โปแลนด์ อิตาลี และเม็กซิโก เดินขบวนแสดงจุดยืนหนุนยูเครนในวันชาติเมื่อ 24 ส.ค. ขณะเดียวกันมีรายงานว่ารัสเซียยิงสถานีรถไฟในเมืองชาปลีเน คร่าพลเรือนยูเครน 25 ราย และเจ็บกว่า 50 คน (รอยเตอร์/เอพี)
ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ตรัสเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหาหนทางที่มั่นคงเพื่อยุติสงครามและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌีย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป