แก้ผังเมืองกรุงเทพฯ
เลาะรั้ว
ข่าวสำคัญที่ น่าจะเป็นเรื่องใหญ่จากกรุงเทพมหานครก็คือ ข่าวที่ว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะเร่งแก้ปัญหาผังเมือง ดึงที่ดินรัฐ เอกชน และชูเมืองรอบนอกแก้ปัญหากรุงเทพฯ
เหตุผลของการจะปรับแก้ปัญหาผังเมือง น่าจะสรุปได้ 3 ประการ คือ
1.ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่ผังเมืองรวม กทม.กำหนดโดยใช้สีเป็นสัญลักษณ์ ว่าให้ใช้เพื่อประโยชน์อะไรบ้าง และข้อสำคัญก็คือ สัญลักษณ์ดังกล่าวเน้นไปที่เป็นเรื่องของการกำหนดราคาที่ดิน ที่ที่ดินนั้นจะก่อสร้างอาคารที่ให้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร
2.เป็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องจากปัญหาข้อที่หนึ่ง ในเรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยังขาดฐานข้อมูลอยู่ถึง 1,112,000 แปลง ประมาณ 50% ของที่ดินในกรุงเทพฯ
3.ปัญหาจากความซ้ำซ้อนในการออกข้อบัญญัติที่เกี่ยวกับผังเมือง ซึ่งมีอยู่ถึง 60 ฉบับ ที่จะต้องนำมาปรับปรุง หรือยกเลิก
สาระสำคัญต่อมาของการแถลงเรื่องของผังเมืองก็คือ วัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาเมือง (กทม.) ในพื้นที่ชานเมืองให้เป็นเมืองใหม่ในอุดมคติ ที่อาจจะเป็นที่ดินของหน่วยราชการ มาออกแบบให้เป็นพื้นที่เมืองที่สมบูรณ์ในตัวเอง ก็จะลดการ เดินทางเข้าส่วนกลางของเมือง
เจตนาของการแถลงเรื่องการพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ เป็นเรื่อง น่าสนใจ และเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิด เพราะข้อสำคัญก็คือ เมืองมิได้เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ได้เพราะมีคนคิดคนทำคนเดียว เมืองจะต้องเกิดขึ้นจากความเข้าใจร่วมกันของผู้คนที่อยู่ในเมือง และต้องไม่ละเลยการพัฒนาเมืองเดิม
ปัญหาทางผังเมืองของเมืองเดิมหรือกรุงเทพมหานคร ถ้าพิจารณากันอย่างไม่เกรงใจต้องยืนยันว่า ส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่เกิดจากการจัดทำและจัดวางผังเมืองที่เน้นแต่เรื่องของการใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นสำคัญ มุ่งเน้นแต่จะทำให้เกิดพัฒนาเมืองโดยการลงทุนจากฟากเอกชนเป็นหลัก
ขณะเดียวกันฟากรัฐก็ออกกฎ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ที่ควบคุมทั้งขนาด ชนิด ประเภทของอาคารที่ขัดแย้งกับจุดมุ่งหมายข้างต้น พร้อมกับละเลยในการวางแผนและลงทุนในสาธารณูปโภค ไม่กำหนดข้อมูลรายละเอียดของสาธารณูปโภค เช่น ขนาดถนนหนทาง การระบายน้ำ สภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อม
ผลก็คือ เกิดการพัฒนาเมืองที่เอกชนเป็นผู้ลงทุน ในส่วนของการก่อสร้างอาคารลงในพื้นที่ที่มีข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ยอมให้มีการก่อสร้างได้โดยที่ภาครัฐไม่ได้จัด ไม่ได้มี ไม่ได้ให้รายละเอียดของระบบสาธารณูปโภคและสภาพแวดล้อม ของเมือง เมืองจึงสับสน วุ่นวาย แล้วก็มาเป็นเมืองที่ไร้ระเบียบ ที่ดูน่าตื่นเต้นสำหรับนักท่องเที่ยว
การจะพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองใหม่ เป็นเมืองในอุดมคติ ก็คือ ต้องเลิกใช้กระบวนการความคิด ความเคยชิน และประสบการณ์เดิมทั้งหมด
การฟังประชาพิจารณ์จึงไม่ใช่ให้นักผังเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองมาบอกว่า ทำอะไร และจะให้ใครทำอะไรได้อีกต่อไป แต่ต้องเป็นการประชุมเพื่อระดมความคิดว่า เมืองใหม่นี้จะให้ใคร มาอยู่ และจะอยู่อย่างไร
นายช่าง