นับเป็นครั้งที่ 2 สำหรับการจัดค่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งสถาบันเกอเธ่ ประเทศ ไทย จัดขึ้น ภายใต้โครงการ Netzwerk Klima คัดเลือกเยาวชนอายุ 14-17 ปี จากการนำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อมและแนวทางแก้ไขในประเทศของตนในรูปแบบคลิปวิดีโอเดินทางมาเข้าค่ายที่ประเทศไทยเพื่อสร้างเครือข่ายการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้ ยั่งยืน ส่งเสริมการเรียนภาษาเยอรมันแบบ สหวิทยาการและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ เขาหลัก อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

ความพิเศษของค่ายในปีนี้คือการขยายเครือข่ายกลุ่มเยาวชนไปสู่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคัดเลือกเยาวชน จำนวน 24 คน จาก 6 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เมียนมา และเวียดนาม

เยิร์ก คลินเนอร์ รองผู้อำนวยการแผนกภาษาเยอรมัน กล่าวว่าการปักหลักจัดแคมป์ ที่เขาหลักเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเคยได้รับผลกระทบจากการถล่มของคลื่นสึนามิ ปัจจุบันชุมชนช่วยกันฟื้นฟูจนสภาพสิ่งแวดล้อมสวยงามและสมบูรณ์ขึ้น จึงเหมาะที่จะใช้เป็นสถานที่ให้เยาวชนทำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียนภาษานอกห้องเรียน ทั้งการฝึกสมองประลองความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การปลูก ผักไฮโดรโปนิกส์ปลอดสารพิษในชุมชนบ้านท่าดินแดง การอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกลำปี การอนุรักษ์เต่าในศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ฐานทัพเรือพังงา รวมทั้งเก็บขยะบริเวณชายหาดนำกลับมารีไซเคิล

น้องพฤกษา น.ส.พริมา มีลา นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ เผยว่ากิจกรรมที่ประทับใจคือชุมชนท่าดินแดงที่มีการพัฒนา อย่างยั่งยืน ทั้งการท่องเที่ยวและการปลูกพืชผักสวนครัว หาก จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติอยู่มากมาย นำแนวคิดนี้ไปปรับใช้โดยอาจนำไปใช้กับชาวเขาที่อยู่บนดอย ทั้งการปลูกผักหรือการ เดินป่าจะช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติที่ยั่งยืน

ด้าน น.ส.ลินตัง นีรมาลาซารี อายุ 16 ปี จากประเทศอินโดนีเซีย มองว่าการเข้าค่ายครั้งนี้นอกจากได้ทำความรู้จักเพื่อนๆ จากประเทศต่างๆ แล้ว ยังเรียนรู้ว่าหลายสิ่งบนโลกใบนี้ เชื่อมโยงกัน อยากเป็น กระบอกเสียงรณรงค์ให้ทุกคนสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม และอยาก ส่งต่อความรู้ในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ได้จากค่ายนี้ให้คนอื่นๆ ในประเทศ ตอนนี้สิ่งที่ทำไปแล้วคือสร้างบัญชีอินสตาแกรมกับเพื่อน ในอินโดนีเซียเพื่อเผยแพร่เรื่องราวสิ่งแวดล้อมและสะท้อนผลกระทบจากโรงถ่านหิน โครงการต่อไปในอนาคตคือหาโอกาสพูดคุยกับรัฐบาลช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องถ่านหิน

การจัดค่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมในครั้งนี้เชิญครู 9 คน จาก 6 ประเทศข้างต้น เข้ารับการอบรมและร่วมกิจกรรมกับนักเรียน เพื่อให้ครูนำแนวการเรียนการสอนภาษาเยอรมันและวิทยาศาสตร์ แบบบูรณาการไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

มาร์คุส ชติเซล ผู้ดูแลโครงการ กล่าวว่าเด็กๆ ทุกคนกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ กล้าแสดงความคิดเห็นและพร้อมเปิดรับประสบการณ์จริงจากการลงไปสัมผัสพื้นที่ต่างๆ สถาบันเกอเธ่คาดหวังให้เด็กๆ ทุกคนทำหน้าที่เสมือนตัวแทนเหล่ายุวทูตด้านสิ่งแวดล้อม นำประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้กับประเทศของแต่ละคน

ค่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมถือเป็นจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงเครือข่ายพิทักษ์รักษ์สิ่งแวดล้อมของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นขุมกำลังรักษ์โลกกลุ่มเล็กๆ ที่พร้อมเติบโตต่อไปในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน