คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแบบแปลงร่างได้ (Convertible) เป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความนิยมมากขึ้นต่อเนื่อง เพราะตอบสนองการทำงานได้ครบทุกรูปแบบทั้งโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต
เอซุส ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชื่อก้องโลกจากไต้หวัน ตอบรับกระแสนี้ด้วย เอซุส เอ็กซ์เปิร์ตบุ๊ก บี 3000 (Asus ExpertBook B3000 หรือ B3 Detachable) มอบทางเลือกตอบโจทย์ความต้องการข้างต้นด้วยสภาพการใช้งานแสนคุ้นเคยบนระบบปฏิบัติการ Windows 11 Pro ใหม่ล่าสุดจากค่ายไมโครซอฟท์ ควบคู่ประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยชิพ Snapdragon จากค่ายควอลคอมม์ เจาะตลาดชั้นธุรกิจที่มุ่งเน้นการทำงานเป็นหลัก

โดดเด่นด้วยหน้าจอระบบสัมผัส ปากกาสไตลัสแบบเก็บซ่อนในตัวเครื่อง แป้นพิมพ์คัฟเวอร์ระบบแม่เหล็ก และคัฟเวอร์หุ้มผ้าใยสังเคราะห์ถักทออย่างประณีต ซ่อนลูกเล่นขาค้ำยันทั้งแนวตั้งและ แนวนอน แถมมาให้เรียบร้อยพร้อมชาร์จเจอร์และสายเคเบิล ใช้งานได้ครบครันทันทีที่แกะกล่อง
อุปกรณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาแยกเป็น 3 ชิ้นใหญ่ ได้แก่ ตัวเครื่องหลักที่มีสภาพเหมือนแท็บเล็ต ถัดมาเป็นคัฟเวอร์ผ้า (ลักษณะคล้ายผ้ายีนส์บางๆ) สำหรับแปะติดที่ด้านหลังตัวเครื่องด้วยแม่เหล็กแรงสูง ไม่พบปัญหาเลื่อนหลุด เรียบหรูด้วยลายผ้าที่ผ่านการทออย่างละเอียด พรางรอยพับของขาตั้งเอาไว้แนบเนียน พร้อมหลุมกล้องถ่ายภาพ

ความน่าประทับใจของคัฟเวอร์ผ้าตัวนี้คือ การเปลี่ยนรูปร่างกางออกเป็นขาตั้งได้ เพราะทั้งแผ่นประกอบขึ้นจากแผ่นคัฟเวอร์ 4 ชิ้น จึงพับงอเป็นขาใช้ค้ำยันเครื่องได้แนบเนียนสวยงาม ไม่ว่าแนวตั้ง (Portrait) หรือแนวนอน (Landscape)
คงทน ไม่ทำให้ตัวเครื่องโยกเยก มีประโยชน์ทั้งขณะใช้เป็น แท็บแล็ตและโน้ตบุ๊ก หลังจากประกอบกับชิ้นสุดท้ายอย่างแป้นพิมพ์ ที่อีกด้านเป็นผ้าสามารถทำหน้าที่เป็นคัฟเวอร์ในตัว
ตัวแป้นพิมพ์-คัฟเวอร์ที่ประกบเข้ากับตัวเครื่องใช้แม่เหล็กเช่นกัน สะดวกมาก เพียงนำขอบด้านที่ถูกต้องไปจ่อใกล้ๆ สันแม่เหล็กแป้นพิมพ์ก็จะดูดติดเข้าล็อกได้รวดเร็ว

เอซุสยังใส่ใจรายละเอียดแป้นพิมพ์-คัฟเวอร์ ที่สามารถยกตัวขึ้นเล็กน้อยตามเอกลักษณ์ ErgoLift ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้น รอยพับแป้นพิมพ์-คัฟเวอร์ด้านนอกถูกใช้เป็นเหมือนร่องแยกสัน ดูสวยงามเหมือนหนังสือปกแข็งราคาแพง เป็นการออกแบบน่าประทับใจ
ฟอร์มแฟ็กเตอร์แป้นพิมพ์ที่ให้มา เป็นแบบย่อส่วนเหลือร้อยละ 65 แต่ขนาดปุ่มกว้างพอสมควร แลกกับการที่ระยะห่างแต่ละปุ่มค่อนข้างชิดกัน ระยะการกดให้ความรู้สึกใกล้เคียงแป้นพิมพ์แม็กบุ๊กจากแอปเปิ้ล ใครมือและนิ้วใหญ่อาจต้องใช้เวลาปรับตัว ส่วนทัชแพดอยู่กึ่งกลาง ตอบสนองว่องไวแม่นยำ พื้นที่วางข้อมือมีเพียงพอ คงทนแข็งแรง ไม่บุบ แต่ผู้ทดสอบฝ่ามือค่อนข้างใหญ่และนิ้วยาวทำให้ข้อมือเลยส่วนพักออกมา

โดยรวมถือว่าประสบการณ์การพิมพ์อยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แป้นพิมพ์ยกตัวสูงขึ้นทำให้ผู้ต้องการสัมผัสหน้าจอเพื่อควบคุมอาจจะแตะส่วนของทาสก์บาร์ของวินโดวส์ได้ลำบากเพราะอยู่ชิดกับแป้นพิมพ์มาก แต่แก้ได้ด้วยการปรับแป้นพิมพ์ลงมาให้ระนาบกับพื้น
หน้าจอ เอซุส เอ็กซ์เปิร์ตบุ๊ก บี 3 (รหัสรุ่นที่ทดสอบเป็น B3000DQ1) มีขนาด 10.5 นิ้ว เป็นจอภาพ IPS LCD ระบบสัมผัส ความละเอียด 1,920 x 1,200 พิกเซล (FHD+) มีความถูกต้องของสีสูงสุดได้ถึงร้อยละ 98.18 ในระบบ sRGB และร้อยละ 87.4 ในระบบ DCI-P3 แถมยังมีค่า Delta E (ค่าความต่างระหว่างข้อมูลสีที่ป้อนเข้าไปกับสีที่แสดงออกมาบนจอ) ต่ำ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่ความสว่าง เอซุสระบุไว้อยู่ที่ 320 นิต แต่จากการตรวจวัดพบว่าได้สูงสุด 330 นิต เพียงพอต่อการใช้งานในอาคาร แต่ไม่น่าเพียงพอต่อการใช้งานกลางแจ้งแสงจ้า
สิ่งสะดุดใจผู้ทดสอบเกี่ยวกับจอภาพรุ่นนี้ที่สุดเป็นขอบหนาๆ ของจอ ซึ่งหนามากพอสมควร แม้ดูล้าสมัย แต่ด้านการใช้งานแบบแท็บเล็ตถือเป็นข้อดี ทำให้มือมีที่จับและไม่ไปโดนจอภาพอย่างไม่ตั้งใจ ทว่าเมื่อใช้เป็นโน้ตบุ๊กกลับทำให้ดูไม่โฉบเฉี่ยวนัก

ส่วนตำแหน่งปุ่มปิดเปิดและปรับระดับเสียง หากเป็นแท็บเล็ตจะอยู่บนสันด้านบน หากใช้เป็นโน้ตบุ๊กจะอยู่ที่สันด้านซ้าย สะดวกต่อการใช้งาน
เอซุส เอ็กซ์เปิร์ตบุ๊ก บี 3 เป็นโน้ตบุ๊กก็จริง แต่ไม่ได้ใช้ขุมพลังจากหน่วยประมวลผลของค่ายอินเทล หรือเอเอ็มดี แต่เป็นชิพ Snapdragon 7C Gen 2 จากค่ายควอลคอมม์ ชิพสถาปัตยกรรม ARM ภายในมีหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู Kryo 468 แบบ 8 คอร์ ความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงสุด 2.5 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) หน่วยประมวลผลกราฟิกหรือ จีพียู Adreno 618 หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8 กิกะไบต์ (GB) พื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 128 GB แบบ SSD รองรับสัญญาณไร้สายทั้ง Bluetooth 5 และ Wi-Fi 5 เสียดายที่ไม่รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐานใหม่ Wi-Fi ที่เริ่มแพร่หลาย
ประสบการณ์ใช้งานที่ได้รับ พบว่า Windows 11 Pro ยังมีอาการสะดุดอยู่บ้าง ไม่ลื่นไหลว่องไวเหมือนใช้แท็บเล็ตในระบบปฏิบัติการ (OS) จากกูเกิ้ล หรือแอปเปิ้ล สาเหตุคิดว่าเนื่องมาจาก Windows เป็น OS ถูกเขียนขึ้นภายใต้สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ x86 แต่นำมาใช้กับชิพ ARM อาจจะเข้ากันได้ไม่แนบเนียนนัก

ผู้ทดสอบมองว่า เอ็กซ์เปิร์ตบุ๊ก บี 3 มีประสิทธิภาพพอต่อการรองรับการใช้งานทั่วไป อาทิ งานเอกสาร งานกราฟิกพื้นฐาน อินเตอร์เน็ต และความบันเทิงปกติ เช่น ภาพยนตร์ เพลง และเกมที่ไม่กินกราฟิกสูง แน่นอนว่าระดับเกม AAA ไม่เหมาะ
เพราะนอกเหนือจากอาการเฟรมเรตตก ยังมีหน้าจอและแป้นพิมพ์ที่ค่อนข้างเล็ก พอร์ตเชื่อมต่อเพียงพอร์ตเดียวเป็น USB-C ที่สามารถชาร์จได้ ใครคิดจะต่ออุปกรณ์เสริม (รวมไปถึงคอนโทรลเลอร์) แบบมีสายมากมายต้องใช้ อแด็ปเตอร์ ซึ่งทางเอซุสไม่ได้แถมมาให้

ส่วนลำโพง แม้เสียงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีมิติ เวทีเสียงปานกลาง ต่ำไม่ลาก กลางเด่น สูงหวานไม่แสบหู แต่ไม่กระหึ่ม ยังดีมีช่องหูฟัง มินิสเตอริโอไว้ให้ (แท็บเล็ตหลายรุ่นเริ่มเอาออกไปหมดแล้ว)
เวลาบู๊ตปิดและเปิดเครื่องเร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ยังไม่เท่าโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่โดยเฉพาะพวกมาตรฐาน EVO ค่ายอินเทล ปากกา สไตลัสที่ซ่อนอยู่มุมขวาบนของเครื่องลื่นไหลใช้ดีแต่จำเป็นต้องชาร์จ ใช้ร่วมกับโปรแกรมอย่าง Microsoft Paint และ Microsoft Whiteboard ได้ (โหลดนานอยู่)

แม้ประสบการณ์การใช้งานอาจไม่ไร้ที่ติเหมือนโน้ตบุ๊กเต็มเครื่องหรือแท็บเล็ตทั่วไป แต่การบริหารจัดการพลังงานของ เอซุส เอ็กซ์เปิร์ตบุ๊ก บี 3 อยู่ในระดับน่าประทับใจ
จากการทดสอบพิมพ์งานเอกสารและเล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ได้นานต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมงเศษ การชาร์จ ชาร์จได้ครึ่งหนึ่งใน 45 นาที ชาร์จจนเต็มราว 2 ชั่วโมง นานพอสมควร แต่อย่างน้อยการใช้ได้นาน ก็ทำให้ไม่ต้องชาร์จบ่อย
เอ็กซ์เปิร์ตบุ๊กรุ่นนี้มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (MP) กล้องหลังความละเอียด 13 MP ไมโครโฟนแบบคู่ พร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ผ่านฟีเจอร์ Asus 3D Noise-Reduction (3 DNR) เพื่อช่วยลด noise ขณะถ่ายภาพได้สูงสุดถึงร้อยละ 94 โดยเฉพาะในสภาวะแสงน้อย แต่คิดว่าคงมีน้อยคนที่จะใช้เครื่องรุ่นนี้เน้นถ่ายภาพ ส่วนคุณภาพของภาพ อยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับการใช้งานวิดีโอคอลและประชุมทางไกล

ผู้ทดสอบมองว่า เอ็กซ์เปิร์ตบุ๊ก บี 3 เป็นความพยายามของเอซุสในการหาสูตรผสมที่ลงตัวที่สุดให้กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแบบแปลงร่าง แม้จะรวมเอาข้อดีของทั้งสองฟากโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตมา แต่ก็ทำได้ไม่สุดเท่าโน้ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ตแบบเดี่ยวๆ
ทว่า ข้อได้เปรียบคือสามารถรองรับการใช้งานทั่วไปได้ทั้งสองรูปแบบ (เรียกได้ว่าเป็นบาลานซ์ของทั้งสองโลกก็ไม่ผิดนัก) ชดเชยด้วยการออกแบบที่สวยงามเป็นการเป็นงานผสมผสานหลายไอเดียน่าประทับใจ

ถือเป็นคอมพ์พิมพ์งานชั้นธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตแบบหล่อๆ ครบจบในตัวเดียวจากแบรนด์ระดับโลก ที่คนไทยส่วนใหญ่ไว้วางใจเรื่องโน้ตบุ๊กเสมอมา สนนราคาที่ 20,300 บาท
จันท์เกษม รุณภัย – ข่าวสดไอที