‘ปืน’ เป็นอาวุธร้ายแรงที่ต้องได้รับจากนายทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ใครก็สามารถเดิมดุ่มๆ เข้าร้านไปซื้อหาได้อิสระ ต้องมีใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3)
ในพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ศูนย์บริการประชาชนวังไชยา ถนนนครสวรรค์ เขตดุสิต กทม. ส่วนต่างจังหวัดไปขอตามที่ว่าการอำเภอ
คุณสมบัติของผู้ขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง สภาพร่างกายปกติไม่พิการหรือทุพพลภาพ ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่ สมประกอบ มีชื่อในทะเบียนบ้านและมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และไม่เคยต้องโทษจำคุกคดีอาญา

ปลัดสรพงษ์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก
แต่ละท้องที่มีระยะเวลาในการตรวจสอบประวัติและออกใบ ป.3 ไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่เหมือนกันหมด คือนานถึงนานมาก
จนเป็นที่รู้กันมานานของคนวงในถึงวิธีซิกแซ็กจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อช่วยลดเวลา จนเป็นช่องทางทำมาหากินของเจ้าหน้าที่ผู้ทุจริต ต่อหน้าที่
ล่าสุดข้าราชการฝ่ายปกครองนอกแถวรายหนึ่งก็โดน จนท.หลายหน่วยงานชาร์จจับคาที่ว่าการอำเภอ
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย รายหนึ่งว่าถูกนายสรพงศ์ เตละวานิช ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ เรียกรับเงินค่าตอบแทนการออกใบอนุญาตให้ซื้อปืน (ป.3) 2 กระบอก เป็นเงิน 20,000 บาท

ให้เจ้าตัวเทียบแบงก์จริงกับที่ถ่ายเอกสารเป็นหลักฐาน
บก.ปปป.และป.ป.ช. จึงสืบสวนจนได้ข้อมูลชัดเจนจึงประสานสำนักงาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกันวางแผนเพื่อจับกุม จนกระทั่งผู้เสียหายได้รับการนัดหมายจาก นายสรพงศ์ให้ไปจ่ายเงินในที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา
เข้าทางชุดจับกุมระดมสมองวางแผนซ้อนทันที
9โมงเช้าในที่ 25 ส.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. นายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และ บก.ภ.จว.เชียงใหม่ ที่ซุ่มโป่งรออยู่ก็บุกชาร์จเข้าจับปลัดสรพงศ์ทันที หลังได้รับสัญญาณจาก ผู้เสียหาย พร้อมเงินสด 24,000 บาท ที่ถ่ายสำเนาเอกสารไว้เป็นหลักฐานล่วงหน้า
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่ง เจ้าหน้าที่ของทางจังหวัดมาร่วมสังเกตการณ์และขอรายละเอียดในการจับกุมครั้งนี้ด้วย
แม้ของกลางจะคามือ แต่เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันความบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยคิดกินสินบาทคาดสินบน ไร้ความคิดที่จะใช้อำนาจหน้าที่ไปเรียกรับ ผลประโยชน์ใส่ตัว
ส่วนเงินก้อนโตที่วางกองอยู่ตรงหน้านั้น ชาวบ้านเขาเอามาให้ด้วยความ ‘เสน่หา’ เท่านั้น
ไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ

หลักฐานคาหนังคาเขา
มีหรือเจ้าหน้าที่จะเชื่อ ปลัดสรพงศ์ถูกหิ้วตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินคดีและเค้นสอบว่ามีข้าราชการนอกแถวรายอื่นร่วมขบวนการอีกหรือไม่
นายพิศิษฐ์กล่าวว่า เรื่องข้าราชการที่ทุจริตนั้นทาง ป.ป.ช.ได้รับการร้องเรียนมาอีกจำนวนมาก ประชาชนหรือข้าราชการที่พบเห็นหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากข้าราชการหน่วยงานต่างๆ สามารถเข้าไปในเว็บไซต์ ป.ป.ช. แล้วร้องเรียนได้ทันที
เจ้าหน้าที่จะปกปิดผู้ร้องเป็นความลับ และดำเนินการตรวจสอบกับข้าราชการที่ถูกร้องเรียนดังกล่าวทันที
สำหรับคดีการจับกุมปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ จะดูการสืบสวนขยายผลอีกครั้งว่ามีใครมีส่วนร่วมหรือไม่ และตรวจสอบว่า ผู้บังคับบัญชาของปลัดดังกล่าวว่าบกพร่องหรือไม่ในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา จนเกิดเรื่องดังกล่าว ขึ้นอยู่กับการสืบสวนขยายผลต่อไป
วันเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เผยว่า การจับกุมปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม ป.อาญมาตรา 149 และตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช.มาตรา 173

จนท.ล้อมทุกทิศไร้ทางหนี
และจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป โดย ป.ป.ช.ได้รับเรื่องร้องเรียนจึงประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการจับสดได้เป็น ปลัดอำเภอ ส่วนการดำเนินคดีพนักงานสอบสวนต้องส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน
แต่อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานป.ป.ช. จะเสนอให้ประชุม คณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาตามมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช. กรณีเห็นว่าควรมอบสำนวนให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
อุทาหรณ์เตือนสติเหล่าข้าราชการผู้กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน อย่าริอ่านคิดแตกแถวเป็นอันขาด
มิเช่นนั้นต้องจบชีวิตข้าราชการแบบไม่สวยเหมือนปลัดสรพงศ์ ที่คงต้องรับกรรมทั้งทางอาญาและวินัยอีกหลายเด้ง
ที่สำคัญบทลงโทษสูงสุดคดีรับสินบนคือประหารชีวิต
กฤษณะ เชิญธงไชย
เรื่อง/ภาพ