สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าต่อ “พาน้องกลับมาเรียน” อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมบูรณาการหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตั้งเป้าตามได้ครบ 100% ในปีนี้

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เด็กและเยาวชนบางส่วนหลุดออกจากระบบการศึกษา ศธ.จึงได้ดำเนินโครงการพาน้องกลับมาเรียน เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ตามนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ซึ่งในช่วงเวลานั้นพบตัวเลขเด็กหลุดจากระบบการศึกษาถึง 238,707 คน

โดยสาเหตุที่เด็กต้องหลุดจากระบบการศึกษาไปนั้น นอกจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 แล้ว ยังมีเรื่องของความจำเป็นทางครอบครัว ผู้ปกครองมีรายได้น้อยไม่พอเพียง รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้เด็กไม่สามารถกลับมาเรียนได้ อีกด้วย

จากการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกหน่วยงานในสังกัดศธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยบูรณาการตามเด็กกลับเข้าระบบการศึกษาได้ จากตัวเลขเด็กที่หลุดจากระบบ 2.3 แสนกว่าคน จนถึงขณะนี้ตัวเลขล่าสุดของการดำเนินงานโครงการ โดยการนำเด็กที่หลุดจากระบบกลับเข้ามาศึกษาต่อ (ข้อมูลเดือนส.ค.2565) พบว่าเหลือ 17,953 ราย แบ่งเป็นกลุ่มเด็กปกติ จำนวน 8,741 ราย และกลุ่มผู้พิการ จำนวน 9,212 ราย ซึ่งศธ.ตั้งเป้าค้นหาเด็กที่หลุดจากระบบ ให้กลับมาให้ได้ครบ 100% ในปีนี้

“สพฐ.จะติดตามเด็กกลับสู่ระบบการศึกษาจนครบ 100% ตามที่ศธ.ได้ ตั้งเป้าหมายไว้”

อัจฉรา ทั่งโม
นักประชาสัมพันธ์ สพฐ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน