เมื่อวันที่ 31 ส.ค. บีบีซีรายงานว่า นายมีฮาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำคนสุดท้ายของอดีตสหภาพโซเวียต ถึงแก่อสัญกรรมแล้วด้วยวัย 91 ปี ท่ามกลางการเชิดชูจากเหล่าผู้นำโลกในฐานะผู้นำอดีตสหภาพโซเวียตที่ถอดชนวนเพื่อยุติสงครามเย็นกับสหรัฐอเมริกาอย่างสันติ แม้จะถูกกล่าวโทษว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้อดีตสหภาพโซเวียตต้องล่มสลาย

นายกอร์บาชอฟเป็นอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียตที่เปิดประเทศสู่โลกภายนอกและริเริ่มการปฏิรูปหลายด้าน โดยนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ กล่าวยกย่องว่าเป็นผู้ “เปลี่ยนทิศทางของประวัติศาสตร์”

แถลงการณ์จากโรงพยาบาลที่กรุงมอสโกซึ่งนายกอร์บาชอฟถึงแก่อสัญกรรม ระบุว่า ป่วยเป็นโรคเรื้อรังมานานและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อเดือนมิ.ย.

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ นายกอร์บาชอฟ ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวเชิดชูนายกอร์บาชอฟว่าเป็นนักการเมืองที่หาได้ยากยิ่งเพราะมีความเชื่ออย่างแรงกล้าถึงอนาคตที่แตกต่าง

ด้านนางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวถึงนายกอร์บาชอฟ ว่าเป็นผู้นำโลกที่น่าเคารพและให้ความเชื่อถือซึ่งเปิดทางให้ทวีปยุโรปได้มีเสรีภาพ ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน รักษาการนายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวชื่นชมต่อความกล้าหาญและซื่อตรงของนายกอร์บาชอฟ โดยเฉพาะท่ามกลางสงครามยูเครนจากฝีมือของประธานาธิบดีปูติน นายกอร์บาชอฟนั้นเป็นตัวอย่างอันดีงามที่ประจักษ์ชัดที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน