บุคคลที่โลกต้องการ
ธรรมะวันหยุด
ในสังคมทุกยุคทุกสมัย ต้องการคนดี กล้าหาญ มาช่วยเหลือแก้ไขเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นให้สำเร็จเรียบร้อย สงบเป็นปกติได้ บุคคลที่โลกต้องการ คือ
คนกล้า โลกต้องการในกิจการที่สำคัญ
คนไม่พูดพล่าม โลกต้องการในคราวประชุมปรึกษา
คนเป็นที่รัก โลกต้องการในคราวข้าวน้ำสมบูรณ์
คนเป็นบัณฑิต โลกต้องการในคราวมีเรื่องราวเกิดขึ้น
บุคคลทั้ง 4 ประเภทนี้ โลกต้องการเพราะมีความสำคัญและจำเป็นต่อสังคมอย่างไร จะได้อธิบายความไปตามลำดับ
ในกิจการที่สำคัญ ย่อมต้องการคนกล้า หมายความว่า คราวใดที่สังคม มีกิจการที่สำคัญเกิดขึ้นและจะต้องมีการตัดสินใจที่แน่นอน จึงจะช่วยให้กิจการนั้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ในคราวนั้นสังคมจำเป็นที่ต้องได้คนกล้ามาช่วยเหลือ คนกล้าในที่นี้หมายถึงคนที่มีจิตใจกล้าหาญมั่นคง มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าทำ กล้าพูด กล้าคิด และกล้าเสี่ยง คนกล้าเท่านั้นจึงสามารถตัดสินใจทำหรือไม่ทำ คนกล้าสามารถนำกิจการที่สำคัญให้ดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อยและสร้างสรรค์ สังคมใดไร้คนกล้าแล้ว สังคมนั้นก็เป็นเหมือนสังคมของคนอ่อนแอ มัวแต่รอความวิบัติหายนะอันจะมาถึงโดยไม่คิดแก้ไข
การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของคนกล้า ย่อมทำให้ปฏิบัติได้ถูก ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะมีทิศทางสำหรับปฏิบัติที่ชัดเจนแน่นอนจากผู้นำซึ่งเป็นคนกล้า
ในคราวประชุมปรึกษา ย่อมต้องการคนไม่พูดพล่าม หมายความว่า ในคราวประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อดำเนินงานอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ เป้าหมายของการประชุมปรึกษาหารือกันนั้นก็คือรูปสำเร็จของงานนั้นๆ ซึ่งสามารถจะนำไปดำเนินการได้ในโอกาสต่อไป ในการประชุมปรึกษาหารือกันเช่นนี้จำต้องปรารถนาบุคคล ผู้ไม่พูดพล่ามเป็นอย่างมาก ผู้พูดพล่ามในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้พูดมากหรือพูดได้นาน แต่หมายถึงผู้พูดนอกเรื่องที่กำลังประชุมปรึกษากัน พูดนอกประเด็นที่กำหนดไว้ ทำให้เสียเวลาของที่ประชุม
และที่สุดก็ประชุมปรึกษากันไม่เสร็จ ต้องนัดประชุมใหม่เพื่อให้ได้ข้อยุติตามที่ต้องการ หากในที่ประชุมนั้นมีแต่ผู้ต่างพูดต่างแสดงความคิดเห็นแต่ที่เป็นสาระ ตรงประเด็นและตรงเป้าหมาย การประชุมปรึกษาหารือกันนั้นก็ไม่เสียเวลา
ในคราวมีข้าวน้ำสมบูรณ์ ย่อมต้องการคนที่รัก หมายความว่า เมื่อบุคคลได้รับความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้รับผลตอบแทนที่สมบูรณ์เช่นได้ข้าวได้น้ำสมบูรณ์ ได้ลาภยศตามที่ต้องการ
ในยามนี้สิ่งที่คนส่วนมากต้องการคือบุคคลผู้เป็นที่รัก ซึ่งจะเป็นผู้เพิ่มความสมบูรณ์ให้แก่ตนได้ เช่น บางคนเมื่อมั่งมีขึ้น สามารถตั้งเนื้อตั้งตัวได้ก็ปรารถนาจะแต่งงานมีภรรยามีสามี ที่แต่งงานแล้วก็ต้องการจะมีบุตรไว้เชยชม และสืบวงศ์สกุล บางคนก็ต้องการให้พี่น้องมาอยู่พร้อมหน้ากัน บางคนต้องการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่สนิทชิดชอบ เป็นต้น บุคคลที่ตนรัก ย่อมเป็นที่ต้องการยามที่มั่งมีศรีสุข
ในเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้น ย่อมต้องการบัณฑิต หมายความว่า โดยทั่วไปเมื่อไม่มีเรื่องเดือดร้อนใจ หรือไม่มีปัญหาเกิดขึ้นในชีวิต ทุกคนก็อยู่กันอย่างปกติสุข
แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ความวิตกกังวลก็ตามมา ในยามนั้นบางคนอาจแก้ปัญหานั้นไม่ตก
เมื่อเป็นดังนี้ท่านแนะนำให้เข้าหาบัณฑิต ขอคำแนะนำจากท่าน บัณฑิตในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนจนจบได้รับปริญญาบัตรตามที่ทางโลกสมมติกัน แต่หมายถึงผู้ฉลาดรอบรู้ในกิจการนั้นๆ อย่างถ่องแท้ และมีคุณธรรมอยู่ในใจ ประพฤติสุจริตทางกาย วาจา และใจ จะทำ จะพูด จะคิดอะไร ก็เป็นไปเพื่อความไม่เดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น ไม่แนะนำ ไม่ชักจูงไปในทางที่เสียหาย
มุ่งแต่สิ่งที่ดีงามมีประโยชน์ แก่ตนเองและผู้อื่น
พระศรีศาสนโมลี
(สุทธิวัฒน์ ภูริญาโณ ป.ธ.9)
วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
www.watdevaraj.org