ขอความรู้เรื่องเมฆอาร์คัสที่ตื่นเต้นกันทั้งกรุง

ปังปัง

ตอบ ปังปัง

คำตอบสรุปจากบทความของ ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ ผู้ก่อตั้งชมรมคนรักมวลเมฆ ว่าด้วยเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “อาร์คัส-arcus เมฆมหึมา คล้ายกันชนหน้ารถบรรทุก” เผยแพร่บนเว็บไซต์ www.prachachat.net

จากปรากฏการณ์เมฆดำทะมึนปรากฏบนท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2565

ดร.บัญชาระบุว่าเป็นเมฆที่มีรูปแบบเรียกว่า อาร์คัส- arcus ที่มีเรื่องน่ารู้ ดังนี้ 1. อาร์คัสไม่ใช่เป็นก้อนเดี่ยวๆ แต่เป็นลักษณะเสริมของเมฆก้อนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมฆฝนฟ้าคะนอง ซึ่งก็คือเมฆที่มีฟ้าร้องและฟ้าผ่าได้ (บางครั้งอาจพบอาร์คัสในเมฆก้อนสกุลคิวมูลัส (Cumulus) ด้วย แต่พบน้อยกว่า)

2. หากเปรียบเมฆฝนฟ้าคะนองทั้งก้อนเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ เช่น รถเทรลเลอร์ 18 ล้อ ส่วนที่เรียกว่า “อาร์คัส” เปรียบได้กับ “กันชนหน้า” คืออยู่ด้านหน้าของรถทั้งคัน

3. อาร์คัสได้ชื่อเช่นนี้เป็นเพราะมักมีลักษณะโค้ง คำว่า arcus ในภาษาละติน แปลว่า ส่วนโค้ง (ภาษาอังกฤษคือ arc-ส่วนโค้ง) หรือ arch-โครงสร้างโค้ง, ช่องโค้ง ด้วยเหตุนี้ฝรั่งบางคนจึงเรียกอาร์คัสว่า arch cloud

4. จากข้อ 2 ซึ่งเปรียบอาร์คัสเหมือนกันชนหน้าของรถบรรทุก ผม (ดร.บัญชา) จึงขอบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ผมเป็นคนตั้งชื่อเล่นให้กับอาร์คัสว่า “เมฆกันชน”

5. แนวป่องโค้งของอาร์คัสบ่งบอกทิศทางการเคลื่อนที่ของเมฆฝนฟ้าคะนองทั้งก้อนโดยรวม หมายความว่า อาร์คัสป่องโค้งไปทางไหน เมฆฝนฟ้าคะนองทั้งก้อนก็จะเคลื่อนที่ไปในทิศทางนั้น และอาจจะนำพาเอาฝนไปในทิศทางนั้นด้วย

6. ชื่อเรียกอื่นๆ ของอาร์คัสคือ shelf cloud หรือเมฆชั้น มาจากการที่บางครั้งอาร์คัสมีลักษณะคล้ายชั้น(วางของ)เดี่ยวๆ หรือชั้นวางของที่ซ้อนๆ กันอยู่มากกว่า 1 ชั้น

7. อาร์คัสเกิดขึ้นได้อย่างไร? ตอบว่า เมฆฝนฟ้าคะนองทุกก้อนจะมีกระแสอากาศพุ่งลงกระแทกพื้นค่อนข้างแรง จากนั้นกระแสอากาศจะกระจายออกไปโดยรอบ (คล้ายๆ เราทำขวดน้ำเปิดฝาตกพื้น น้ำในขวดจะกระจายออกไป) กระแสลมที่พุ่งลงพื้นนี้ทำให้เกิด ลมกระโชก (gust wind) ซึ่งหมายถึงลมแรงที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ (ไม่เกิน 20 วินาที)

ลมกระโชกจะช่วยยกกระแสอากาศอุ่นและชื้นให้พุ่งเข้าสู่เมฆง่ายขึ้น เมื่อความชื้นเคลื่อนที่สูงขึ้น อุณหภูมิจะลดลง หากอุณหภูมิลดลงจนถึงระดับกลั่นตัว ก็จะเกิดเป็นอาร์คัสบริเวณขอบเมฆฝนฟ้าคะนองด้านล่างนั่นเอง

8. เหตุการณ์ครั้งแรกที่ทำให้คนไทยจำนวนมากสนใจอาร์คัส และเรียกชื่อได้อย่างถูกต้อง เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2557 เนื่องจากคุณพุทธิพร อินทรสงเคราะห์ สามารถถ่ายภาพอาร์คัสได้ที่สนามบินนานาชาติอุดรธานี ภาพดังกล่าวมีเครื่องบินอยู่ด้วย ทำให้เห็นถึงขนาดความใหญ่โตของอาร์คัสได้อย่างชัดเจน

9. เนื่องจากอาร์คัสเป็นส่วนหนึ่งของเมฆฝนฟ้าคะนอง จึงมีความเสี่ยงจากฟ้าผ่าแฝงอยู่ โดยเฉพาะฟ้าผ่าแบบบวก (positive lighting) ซึ่งสามารถผ่าออกมาไกลจากตัวเมฆได้หลายกิโลเมตร และในกรณีที่เป็นพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ก็จะทำให้เกิดลมกระโชกออกมาจากใต้ฐานเมฆเร็วมากได้ถึง 90-160 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ลมกระโชกที่เร็วขนาดนี้อาจพัดพาวัตถุให้ไปกระแทกคน สัตว์ หรือโครงสร้างต่างๆ ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน