เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีผลการสอบของคณะกรรมการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เรื่องการมาช่วยราชการของ ส.ต.ท.หญิง เป็นการขอมาช่วยราชการเอง พิจารณาแล้วเหมาะสม และมีคำสั่งให้พ้นหน้าที่ โดยมีผลย้อนหลังว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าจบ แต่คำถามที่สังคมสงสัย คือกรณีแบบนี้มีอีกกี่คน และใครต้องรับผิดชอบ กอ.รมน.ใช้จ่ายเงินภาษีคุ้มค่าหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ประชาชนทุกข์ยาก ยังต้องจ่ายภาษี เพื่อให้ผู้มีอำนาจบางคนถลุงเงินภาษีไปในทางที่ไม่เหมาะสม

ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 312/2562 แบ่งโครงสร้าง กอ.รมน.ใหม่ 17 หน่วยงาน ให้หน้าที่อำนาจส่วนงาน ศูนย์ประสานการปฏิบัติ กอ.รมน.ภาค จังหวัด ขึ้นตรงกับ ผอ.กอ.รมน. ส่วนอัตรากำลังให้ ผอ.กอ.รมน. จัดสรรจำนวนตามที่ ครม.กำหนด ให้เพียงพอกับความจำเป็น และยังให้หน่วยงานรัฐให้การสนับสนุนตามที่ได้รับการประสานและร้องขอ จึงเกิดคำถามว่า อำนาจของกอ.รมน.ที่ขยายไปนั้น เข้าไปแทรกแซงการบริหารงานของราชการส่วนภูมิภาคหรือไม่ เพราะทหารพยายามผูกโยงว่า ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับมิติด้านความมั่นคง แทนที่ กอ.รมน. จะเป็นหน่วยงานที่พึ่งที่หวังของประชาชน เพราะมีเจ้าหน้าที่อยู่ทุกจังหวัด แต่กลับเป็นเสมือนดินแดนสนธยา ประชาชนยากเข้าถึงและตรวจสอบ กรณีของ ส.ต.ท หญิงคือภาพสะท้อนของสิ่งเหล่านั้น

“วันนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกฯ และเป็นผอ.กอ.รมน.ด้วย มีอำนาจเต็มมือ ควรต้องตระหนักเร่งสั่งการ ตรวจสอบทั้งระบบ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นกำลังพลผู้ปฏิบัติงานในอัตราช่วยราชการแบบปีต่อปี ซึ่งจะเป็นกำลังพลส่วนใหญ่ ประกอบด้วย พลเรือน ตำรวจ และทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ ทั้งนี้ เพื่อทำลายระบบกาฝากทั้งองคาพยพ ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบเป็นรายกรณีแล้วจบไป” น.ส.อรุณีกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน