กลางดึกวันที่ 29 ส.ค. 2565 กำลังตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี บุกเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกกักขัง-ข่มขืน ภายในบ้านเลขที่ 116/183 ม.11 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากตำรวจได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากญาติของหญิงสาวรายนี้ ซึ่งเป็นพนักงานของห้าง แห่งหนึ่งว่า ถูกชายฉกรรจ์ซึ่งอ้างตัวว่าเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร.ต.ท. หลอกให้ไปพบที่บ้านพักก่อนจะกักขังหน่วงเหนี่ยวและลงมือข่มขืน พร้อมกับทำร้ายร่างกาย จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือ

บ้านที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงตำรวจแสดงตัวเข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก พบหญิงสาวผู้เสียหายอยู่ในอาการตกใจกลัวร้องไห้สะอึกสะอื้น จึงรีบช่วยเหลือนำตัวออกมา ส่วนตัวผู้ก่อเหตุรีบวิ่งหลบไปซ่อนในห้องน้ำเจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมอยู่สักพักใหญ่จึงยอมออกมามอบตัว
จากการสอบสวนทราบชื่อคือนายวีรภัทร ทำทิพย์ อายุ 27 ปี โดยเจ้าตัวแอบอ้างตัวกับผู้เสียหายว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด ในชื่อ ส.ต.ต.วีรภัทร ทำทิพย์ จากการตรวจในบ้านพักหลังดังกล่าว พบยาเสพติดจำนวนหนึ่งพร้อมอุปกรณ์การเสพยา รวมทั้งสิ่งเทียมอาวุธปืน บัตรประจำตัวบริษัทรักษาความปลอดภัยที่เจ้าตัวทำงานอยู่โดยรูปในบัตรเป็นรูปในชุดเครื่องแบบตำรวจจึงได้ตรวจยึดไว้เป็น หลักฐาน ก่อนจะควบคุมตัวตำรวจปลอมรายนี้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง พื้นที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย
บ่ายวันที่ 29 ส.ค. นั้นเอง ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน สภ.บางบัวทอง ควบคุมตัวนายวีรภัทร ออกจากห้องขังมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา เพิ่มเติมคือ แอบอ้างใช้ยศตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์เพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหา

นาทีบุกจับ
นายวีรภัทร ผู้ต้องหาตำรวจทิพย์ ให้การอ้างแบบแมนๆ ว่า เมื่อคืน ที่เกิดเหตุตนไม่ได้ข่มขืนผู้เสียหายและผู้เสียหายเป็นฝ่ายเดินทาง มาหาตนเหมือนปกติ จากนั้นเขาขอค้างกับตนที่บ้านเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งตนไม่ให้เขาค้างและให้เขากลับบ้าน แต่เขาก็ไม่ยอมกลับ
นายวีรภัทรให้รายละเอียดกับตำรวจว่า ตนทำงานอยู่ที่เมืองทองธานี โดยรู้จักกันทาง Facebook รู้จักกับน้องเขาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ โดยพบกันมา 3 ครั้งแล้ว ส่วนเรื่องที่ทะเลาะกัน ตนทำนาฬิกาไปโดนหางคิ้วซ้ายของเขาได้รับบาดเจ็บ และตนก็ไม่ได้ข่มขืน โดยรู้จักกันตอนเช้าตอนเย็นก็มาหาเลย ครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองมาหาตน แล้วกลับบ้าน แต่ครั้งที่สาม น้องไม่ได้ไปทำงานเลยค้างอยู่ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม

นายวีรภัทร ทำทิพย์
ตํารวจกำมะลอยืนยันหนักแน่นว่า ไม่เคยคิดอ้างตัวว่าเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่บริษัทรปภ.ที่ทำงานอยู่เป็นผู้ทำบัตรที่ใส่ยศตำรวจส.ต.ท.ให้ตนเอง ซึ่งตนก็ได้ทักท้วงไปแล้วแต่ทางบริษัท บอกว่าให้พกเอาไว้เผื่อเวลามีปัญหาอะไรจะได้อำนวยความสะดวกและปลอดภัยไม่มีปัญหาใดๆ ตนซึ่งทำหน้าที่เป็นครูฝึก รปภ.กับ สายตรวจ รปภ.ให้กับทางบริษัท เห็นว่าทางบริษัททำบัตรแบบนี้ มาให้ตนใช้ก็เลยใช้บัตรแบบนี้มาโดยตลอด

สอบปากคำตร.เก๊
ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยหลังสอบปากคำว่า ตอนนี้ ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้สอบปากคำผู้ต้องหาจนแล้วเสร็จ เป็นเพียงการพูดคุยสอบถามในเบื้องต้นซึ่งแม้ว่าผู้ต้องหารายนี้ จะให้การว่าฝ่ายผู้หญิงยินยอมมาหาเขาเองและเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อนก็ตาม เป็นเรื่องของผู้ต้องหาที่จะให้การ ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจต้องรอผลตรวจจากแพทย์มายืนยันในคดีต่อไป และจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้ยังพบว่ามีประวัติถูกจับกุมในคดี ยาเสพติดมาแล้วอีกหลายครั้ง โดยมีอาชีพจริงเป็น รปภ.ของบริษัทแห่งหนึ่ง และจากพฤติกรรมเชื่อว่าน่าจะใช้ยศตำรวจไปแอบอ้าง ในลักษณะนี้มาหลายครั้ง

รูปถ่ายชุดตร.
เบื้องต้น ทางร.ต.ท.อัครพล บรรจง รองสว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง แจ้งข้อหาเสพยาเสพติด กักขังหน่วงเหนี่ยว และข่มขืนกระทำชำเรากับตำรวจเก๊รายนี้ หลังจากการสอบสวนถ้าผิดอีกก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป
สันติ ประหร่ำภากรณ์
ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ – เรื่อง/ภาพ