สธ. – เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงโรคไข้เลือดออกว่า จากสภาพอากาศค่อนข้างร้อนชื้นของประเทศไทย จะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสเดงกี บวกกับมีฝนตก ทำให้เกิดแหล่งน้ำขังได้มากขึ้น จึงทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก โดยกลุ่มอายุที่พบเป็นโรคดังกล่าวมากคือ กลุ่มเด็กอายุระหว่าง 10-14 ปี ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเสียชีวิตสูงเมื่อป่วยคือ เด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ขวบ
ด้านนพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า การป้องกันโรคไข้เลือดออกสามารถทำได้ 3 ขั้นตอน เปรียบเสมือนการสร้างเกราะภูมิคุ้มกัน 3 ชั้น คือ ชั้นที่ 1 ป้องกันตัวเองและบุตรหลานไม่ให้ยุงกัด เช่น สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ทายากันยุง ติดมุ้งลวด นอนในมุ้ง 2.ช่วยกันกำจัดทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย และ3.ไปพบแพทย์เมื่อป่วยเป็นไข้ ส่วนเกราะเสริมที่แนะนำ คือ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ตั้งแต่ 6 ขวบ จนถึง 45 ปี เฉพาะผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกแล้วเท่านั้น