วันที่ 5 ก.ย. ไฟแนนเชียลไทม์รายงานว่า นายดิมิตทรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียระบุว่ารัสเซียจะไม่ฟื้นการจ่ายก๊าซให้สหภาพยุโรปหรืออียูอย่างเต็มที่ หากชาติอียูทั้งหมดไม่ยกเลิกการแซงก์ชั่นต่อรัสเซีย ขณะที่ทางการเยอรมนีประกาศทุ่มงบราว 2.3 ล้านล้านบาท เพื่อบรรเทาราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ในสถานการณ์ที่ยุโรปกระเสือกกระสนกับภาวะพลังงานขาดแคลนจากกรณีที่กองกำลังรัสเซียรุกรานยูเครนตั้งแต่ก.พ.2565
นายเปสคอฟตำหนิการแซงก์ชั่นจากอียู อังกฤษและแคนาดาว่าเป็นสาเหตุให้รัสเซียไม่สามารถส่งก๊าซให้ยุโรปได้ ทั้งที่เคยอ้างว่า ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 มีปัญหาทางเทคนิค
มาตรการเยียวยาครั้งใหม่ของเยอรมนีจะรวมถึงการให้เงินก้อนครั้งเดียวแก่กลุ่มผู้เปราะบางที่สุดในสังคม ครอบคลุมถึงผู้รับเบี้ยบำนาญ บุคคลรายได้น้อยหรือขาดรายได้ และนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีการลดหย่อนภาษีสำหรับธุรกิจที่ใช้พลังงานอย่างเข้มข้นจำนวน 9,000 แห่ง ถือเป็นงบฯ เยียวยาที่มีมูลค่ามากกว่า 2 มาตรการก่อนหน้า ขณะที่เว็บไซต์ข่าวการเมืองโพลิติโกของสหรัฐอเมริการะบุว่า เจ้าหน้าที่อียูเตือนว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดวิกฤตซ้ำในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อหลายชาติเริ่มรู้สึกถึงความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจที่รุนแรงแต่ในขณะเดียวกันยังถูกขอร้องให้ช่วยกองทัพยูเครนและการดำเนินการด้านมนุษยธรรม โดยรัฐมนตรีด้านพลังงานของชาติอียูมีกำหนดหารือถึงวิธีลดภาระราคาพลังงานทั่วยุโรปในวันที่ 9 ก.ย.นี้
วันเดียวกันเริ่มมีสัญญาณความไม่พอใจของผู้คนในยุโรปต่อการคว่ำบาตรรัสเซีย เมื่อ ผู้ประท้วงราว 70,000 คน ส่วนใหญ่จากกลุ่มขวาสุดขั้วและซ้ายสุดขั้วรวมตัวที่กรุงปรากใน สาธารณรัฐเช็ก เมื่อวันที่ 4 ก.ย. เพื่อเรียกร้องให้ยุติการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ขณะที่เมืองลุบมินของเยอรมนี ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของท่อก๊าซนอร์ดสตรีมจากรัสเซีย มีผู้ชุมนุมหลายร้อยคนเรียกร้องให้เริ่มใช้งานท่อก๊าซนอร์ดสตรีม 2 ที่เยอรมนีสั่งระงับเพื่อตอบโต้รัสเซีย